นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 22309
ความเห็น: 4

เมื่อไฟเลี้ยวไม่กระพริบ

เราในฐานะผู้ขับขี่รถ เมื่อเปิดไฟเลี้ยวแล้วไม่กระพริบ แต่กลับติดค้างตลอด

         ไฟเลี้ยว ทําหน้าที่ แสดงสัญญาณไฟกระพริบสีเหลืองอําพัน เพื่อให้ผู้ใช้ถนนร่วมกันทราบว่ารถที่ให้สัญญาณไฟกําลังจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางจราจรไปทางซ้ายหรือทางขวา การให้สัญญาณไฟเลี้ยวควรให้สัญญาณล่วงหน้าก่อนที่จะทําการเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องการจราจรในระยะทางที่มากพอที่จะทําให้เกิดความปลอดภัย

 


          สาเหตุมีอยู่ด้วยกัน 3 จุด สำหรับ อาการไฟเลี้ยวไม่กระพริบ

  1. แฟลชเชอร์  (Flasher) หรือ รีเลย์ไฟเลี้ยว ชำรุด

  2. หลอดไฟเลี้ยว ดวงใด ดวงหนึ่ง ไม่ติด หรือหลอดไฟขาดไปแล้ว

  3. ขั้วหลอดไฟ หรือสายไฟ ชำรุด

     

หลักการของ แฟลชเชอร์หรือรีเลย์ไฟเลี้ยว (แบบลวดความร้อน) สำหรับรถรุ่นเก่า

รูปที่ 1 วงจรการทำงานของแฟลชเชอร์แบบขดลวดความร้อน

 

     เมื่อเปิดสวิตช์กุญแจและสวิตช์ไฟเลี้ยว กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะผ่านสวิตช์กุญแจ  ผ่านฟิวส์เข้าขั้วB ของแฟลชเชอร์ผ่านคอนแทกC1 ผ่านลวดความร้อน ผ่านความต้านทานR ผ่านคอยล์  ออกขั้วL ของแฟลชเชอร์ เข้าสวิตช์ไฟเลี้ยว ผ่านหลอดไฟเลี้ยวลงกราวด์ครบวงจร  ทําให้คอยล์ของแฟลชเชอร์มีอํานาจแม่เหล็กแต่ในช่วงนี้กระแสไฟฟ้าต้องผ่านขดลวดความร้อนและความต้านทานจึงทําให้มีกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงหลอดไฟเลี้ยวน้อยมากไม่สามารถทําให้ไฟเลี้ยวติดได้

     เมื่อลวดความร้อนมีกระแสไฟฟ้าผ่าน  ลวดความร้อนจะร้อนและยืดตัวออก  คอยล์จึงดูดคอนแทกC1 ให้มาต่อกับคอนแทกC2 ทําให้กระแสไฟฟ้าที่มาจากขั้วB ของแฟลชเชอร์ ผ่านคอนแทกC1 ซึ่งต่อกับC2 ผ่านคอยล์ออกขั้วL ของแฟลชเชอร์ ผ่านเข้าสวิตช์ไฟเลี้ยว ผ่านหลอดไฟเลี้ยวลงกราวด์ครบวงจรทําให้หลอดไฟเลี้ยวติด ซึ่งขณะนี้ไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านลวดความร้อนของแฟลชเชอร์ ลวดความร้อนจะเย็นลงและหดตัวดึงคอนแทกC1 ชนะแรงดูดของคอยล์แยกออกจากC2 หลอดไฟเลี้ยวจึงดับและกลับไปเริ่มต้นทํางานใหม่ทําให้ไฟเลี้ยวเกิดการกระพริบเป็นจังหวะ

       จากหลักการที่ผ่านมา เป็นรีเลย์ไฟเลี้ยวแบบขดลวดความร้อน ส่วนใหญ่ใช้กับรถรุ่นเก่าๆ ซึ่งมันเข้ากรณีของรถบ้านผม นั่งมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เค้าเรียกกันว่า TOYOTA HILUX Super Star รหัส RN40 ย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2522-2533 สมัยนั้น เรียกว่า “รุ่นกรุงศรีวิไล” หรือ คนที่ใช้รถกันทั่วๆไป นิยมเรียกว่า “รุ่นม้ากระโดด” ถ้ามาอธิบายแบบนี้ คนรุ่นใหม่คง งงๆ เพราะมันเป็นรถในตำนานไปแล้ว ถ้าอยากรู้ถึง generation ของ TOYOTA เผื่อจำกันได้ ก็สามารถคลิกได้ที่นี้ ตำนานรถกระบะไทย

 

ที่มา : http://www.jppautopart.com/images/model/

391d7c7a73f8e463d8f8c9bc47777f60.jpg

       ง่ายสุด สำหรับการตรวจสอบ เบื้องต้น ของผู้ใช้รถ ก็คือ ทดลองเปิดไฟเลี้ยวด้านที่ไม่กระพริบ แล้วลงไปเดินดูรอบรถว่า มีไฟเลี้ยวดวงไหนไม่ติดบ้าง

       สำหรับกรณีของผม ก็ เดินดูรอบรถเหมือนกัน ปรากฏว่า ไฟที่กันชนหน้าด้านขวาไม่ติด  ก็คิดว่าหลอดไฟขาด จึงถอดกรอบไฟเลี้ยวออก ปรากฏว่าถอดหลอดไฟไม่ออก จึงลองเอาไฟฉายมาส่องดูไส้หลอด  ปรากฏว่า ไส้หลอดขาดไปแล้ว ส่วนถ้าใครถอดหลอดไฟออกได้ ก็ลองนำมาตรวจสอบดูนะครับ

       ย้อนกลับไปยัง หลักการทำงานที่กล่าวไว้ ข้างต้น เมื่อหลอดไฟขาดไป 1 ดวง ทำให้กระแสในวงจรไม่พอที่จะไปทำให้กลไก ของคอยล์และขดลวดความร้อนทำงานได้ จึงทำให้หลอดไฟไม่กระพริบ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้เองครับ

        ส่วนการตรวจสอบหลอดไฟ ก็มีหลายแบบ ด้วยกัน ส่วนใครถ้าไม่มีเครื่องมือวัด  ก็อาจใช้วิธีมองที่ไส้หลอด ว่าขาดหรือป่าว หรือนำหลอดไฟไปลองเสียบกับขั้วโคมไฟเลี้ยวของอีกข้างหนึ่งที่หลอดไฟยังไม่ขาดก็ได้ เป็นการทดสอบหลอดไฟได้เช่นกัน หรืออาจนำสายไฟจี้ตรงๆ กับขั้วแบตเตอรี่รถยนต์

        เมื่อผมทำการตรวจสอบหลอดไฟแล้ว ปรากฏว่า หลอดไฟขาด  แต่อาการหนักคือ ไม่สามารถนำหลอดไฟออกได้ เนื่องจากเป็นสนิม สาเหตุ ที่ขึ้นสนิมคือ น้ำเข้าไปทางกรอบไฟเลี้ยว เนื่องจากยางที่ขอบของกรอบไฟเลี้ยวชำรุดหรือเสื่อมสภาพไปแล้ว ทำไงได้ครับ รถเก่า แล้วจะไปหาของแท้ๆ ที่ไหน มีแต่ของเทียม ต้องทำใจ ถ้ายังซ่อมได้ก็จบข่าว


       ผมเอง คิดว่าไม่อยากซื้อโคมไฟเลี้ยวใหม่ เนื่องจากซื้อใหม่ที่ไร ก็มีแต่ของเทียม ใช้ไปไม่นานก็ขึ้นสนิมอีก จึงดัดแปลงโดยไปซื้อ ขั้วหลอดไฟมาใหม่ ที่เป็นแบบพลาสติก พร้อมหลอดไฟ 1 ดวง จากนั้นนำโคมไฟเดิมมา แล้วใช้ดอกสว่านหรือดอกคว้าน เพื่อนำขั้วหลอดไฟเดิมที่เป็นสนิมออก

        เมื่อนำขั้วหลอดไฟเก่า ออกไปแล้ว  เราจะได้รูกลมๆ หรืออาจไม่กลม แล้วแต่ความประณีตครับ จากนั้นก็นำขั้วพลาสติกที่ซื้อมาใส่แทน ก็ใส่ได้พอดีเลย ถึงผมเองไม่ได้ติดกาวอะไร เนื่องจากมันติดแน่นอยู่แล้ว


         จากนั้นก็ประกอบ กรอบไฟเลี้ยวกลับเหมือนเดิม แล้วทดลองจ่ายไฟ ก็สามารถใช้งานได้เหมือนเดิม งานนี้เรียบร้อยครับ นำไปใช้งานกับรถในตำนานได้ตามปกติ แถมยังช่วยประหยัดเงินอีกด้วย

         

 

...HS9OCB..

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 พฤศจิกายน 2556 00:53 แก้ไข: 13 พฤศจิกายน 2556 00:54 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 MK, Ico24 Monly, และ 8 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Monly (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
13 พฤศจิกายน 2556 08:46
#94332

ดีจังเบย คราวหน้าถ้าเผื่อมีปัญหาระบบไฟ ขอคำปรึกษาได้ไหมค่ะ

Ico48
กฤต [IP: 1.20.11.75]
09 ตุลาคม 2558 07:14
#104005

ทดสอบไฟและขั้วแล้วไม่เสีย จะดูดีเลย์ไฟเลี้ยวหาไม่เจออยู่ตรงไหน เป็นรถเบนซ์ E220 W124 ช่วยแนะนำด้วยครับ

Ico48
กฤต [IP: 1.20.11.75]
09 ตุลาคม 2558 07:16
#104006

ทดสอบไฟและขั้วแล้วไม่เสีย จะดูดีเลย์ไฟเลี้ยวหาไม่เจออยู่ตรงไหน เป็นรถเบนซ์ E220 W124 ช่วยแนะนำด้วยครับ

Ico48
Pppp [IP: 223.206.238.229]
11 กันยายน 2561 22:36
#108210

พวงมาลัยรถรุ่นคุณ ช่อมกดแตร พวงมาลัยยังไง คับ ใช่ อยู่ รถ่นเดียวกัน

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.196.190.32
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ