นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

บันทึก
Ico64
นาย บันทึก สารพร
นักวิชาการเงินและบัญชี
สำนักงานอธิการบดี มอ.ปัตตานี
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 1317
ความเห็น: 2

ก่อนจะมาสมัครงานที่ มอ.ปัตตานี [C]

ผมจะเป็นเด็กที่รูปร่างเล็กกว่าเด็ก ๆ ทั่วไป การไปโรงเรียนจะถูกเพื่อน ๆ ที่โตกว่าแกล้งอยู่เป็นประจำ การไปโรงเรียนของผมพาหนะที่ใช้ในการเดินทางเป็นประจำวัน คือ การเดินทางด้วยเท้า ทางที่ไปโรงเรียนมีสองทาง (อย่าเข้าใจผิดนะครับว่าเป็นทางเครื่องบินกับรถยนต์) ทางแรกในฤดูร้อนไปตามทางเดินของวัว ควายและคันนา  ทางที่สอง ทางรถไฟ การไปโรงเรียนของผมมันว่าจะสนุกก็ได้ การเดินทางในช่วงเช้าก็จะเดินกันไปเป็นกลุ่ม แย่ หยอกล้อกันไปมั่ง ก็จะถึงโรงเรียนโดยอัตโนมัติครับไม่รู้สึกเหนื่อย  แต่เวลากลับบ้านต้อนเลิกเรียน การเดินทางมันแสนจะเหน็ดเหนื่อย เพราะไม่ได้ทางข้าวเที่ยงไง บางวันแม่ก็ให้สตางค์ไปบ้างสัก 50 สตางค์หรือหนึ่งบาท ในสมัยนั้น 50 สตางค์มีค่านะครับ แต่กว่าจะได้สัก 50 สตางค์ ก็ต้องนำเงินสตางค์แดง ราคา 10 สตางค์ 25 สตางค์มารวมกัน (เหรียญ ร.8) บางวันไม่มีสตางค์ไปโรงเรียนก็อดข้าวเที่ยง ทำยังไงได้บ้านผมค่อยค้างจะจน เมื่อพักเที่ยงก็จะไปหาผลไม้ตามธรรมชาติกินกันกับเพื่อน ๆ ซึ่งพอมีให้กินอยู่บ้าง เพราะโรงเรียนอยู่ติดกับป่าและทุ่งนา ไม่อยากบอกว่า ผลไม้ที่ผมและเพื่อน ๆ ไปเก็บกินกันนั้นเด็กสมัยนี้คงไม่รู้จัก (เพราะตอนนี้มันหมดไปแล้ว) ก็คิดดูแล้วกันว่า เด็กตัวเล็ก ๆ ไม่ได้กินข้าวมื้อเที่ยง มันไม่ทราบเอาแรงที่ไหนจะเดินกลับบ้าน แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่มีรุ่นพี่ซึ่งเป็นญาติ ๆ กัน เขาให้ขี่คอกลับบ้านบ้าง เดินเองบ้างไปตามเรื่องตามราว  เพราะระยะทางไม่ไกลไม่ใกล้ ประมาณ 4 กม.ไปกลับ 8 กม. วันไหนเดินไม่ไหวก็นอนเล่นข้างกอแฝก หายเหนื่อยก็เดินต่อ  กลับถึงบ้านก็เกื่อบมืดทุกวัน  แต่พอเรียน ป.4 ก็ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น เพราะใช้การเดินทางด้วยเท้ามาเป็นเวลานาน อ้อ ลืมบอกผมเดินทางด้วยเท้าเปล่าครับ

          พอจบป.4 ก็ไปเรียนต่อ ป.5 ซึ่งคราวนี้ระยะทางยิ่งไกลไปอีก การที่ผมได้ไปเรียนต่อ ป.5 นั้น เพราะผมตัวเล็กทำงานช่วยพ่อแมไม่ไหวและญาติ ๆ เขาไปเรียนต่อกัน  ผมก็เลยมีโอกาสไปเรียนต่อด้วย การไปเรียนต่อที่ รร.นิคมสร้างตนเอง ห่างจากบ้านระยะทางประมาณ 8 กม. ระยะทางส่วนหนึ่งจากบ้านจะเป็นทางวัวควายเดินส่วนหนึ่ง คนเดินส่วนหนึ่ง อีกส่วนจะเป็นถนนลูกรัง เมื่อถึงฤดูฝนก็จะเป็นโคลนส่วนมาก การเดินทางมีสองทาง คือเดินด้วยเท้า และจักรยานสำหรับในฤดูร้อน ผมเดินตั่งแต่เช้าเพื่อให้ทันโรงเรียนเข้าเรียน อาหารกลางวันก็ได้กินมั่งไม่ได้กินมั่ง (นำข้าวไปกินเอง หากมีกับข้าว) เพราะพ่อแม่ต้องไปกรีดยาง หุ้งข้าวปลาอาหารก็ต้องทำเอง เสื้อผ้าไม่ต้องพูดเลย มีแค่ตัวหรือสองตัวอย่างมาก

           วันไหนรถจักรยานไม่เสีย ก็จะสบายหน่อย แต่ก็มีเพื่อน ๆ รอซ้อนท้ายอยู่แล้ว  เพราะผมอยู่ปลายทางกว่าจะถึงโรงเรียนก็จะเจอเพื่อนที่เดินทางด้วยเท้ามากมาย  เจอใครคนนั้นก็ได้ซ้อนก่อน กว่าจะถึงโรงเรียนก็เหนื่อย เหงื่อย้อยติง ๆ (มีต่อ.....)

created: 27 December 2007 18:00 Modified: 27 December 2007 18:00 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

รออ่านอยู่น่ะครับ กำลังสนุกเลย :)

Ico48
Kon1Kon (Recent Activities)
27 December 2007 19:22
#7170
  • (แหม..มาช้ากว่ามดตะนอยอีกแฮะเรา)
  • อ่านแล้วคิดถึงวัยเด็กเหมือนกันค่ะ..แปลกดีนะคะ..เวลาเล่าถึงวัยเด็ก มักจะเป็นความทรงจำที่มีความสุขเสมอเลย..
  • อ่านแล้วรู้สึก ใส..ใส..ดีจัง ค่ะ
คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น