นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 5270
ความเห็น: 5

You're way too beautiful girl

เรียนรู้ภาษาอังกฤษ จากการแปลความหมายเพลง

ภาษาอังกฤษยากมั้ย?? ... ยากค่ะ... ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่เรานี่นะ...

แล้วเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้ง่ายๆ ใช้งานได้เลย มีมั้ย??

.......

ตอบยากจัง

เอาเป็นว่าก็พอมีวิธีที่ทำให้เราสนุกกับภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่จะเอาไปใช้งานได้เลยมั้ยเนี่ย ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วหล่ะค่ะ

 

 

วิธีที่เคยใช้กับตัวเองแล้วได้ผล คือ ฟังเพลงไทย แล้วรีบแปลเป็นภาษาอังกฤษในขณะนั้นเลย (ใช้ศัพท์ง่ายๆ ข้อจำกัดอยู่ที่เวลา) หัดฝึกบ่อยๆ เราจะได้ทักษะในการโต้ตอบค่ะ

หรือเราได้ยินประโยคอะไร พยายามคิดว่าถ้าเราจะพูดภาษาอังกฤษเราจะพูดอย่างไร... เอาแบบง่ายๆ นะคะ ไม่ต้องคำนึงถึงหลักไวยากรณ์หรือคำศัพท์สวยหรู เอาเร็วเข้าว่า ..

 

วิธีข้างต้น มันจะแสดงผลชัดเจน เมื่อเราต้องสนทนากับคนอื่น เราจะมีทักษะการสนทนาที่ไวค่ะ ....(ใช้ได้ผลกับตัวเองมาแล้วค่ะ)

 

*****************************

วิธีง่ายๆ อีกวิธีหนึ่ง ถ้าเราเป็นคนชอบฟังเพลงสากล ก็พยายามแปลเนื้อเพลงที่เราชอบ ...เวลาเราแปล มันเหมือนจะอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่ปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวเหมือนนิยายหรอกค่ะ แต่เอาแค่เราเข้าใจความหมาย (บ้าง) ก็พอแล้วค่ะ...การฝึกตรงนี้บ่อยๆ เราก็จะได้ทักษะการแปล และมีคำศัพท์เพิ่มขึ้น และยังส่งผลต่อทักษะในการฟังด้วยค่ะ เช่น ในเพลงส่วนใหญ่ เค้าจะไม่ค่อยใช้คำว่า Because แต่จะใช้คำว่า 'coz และตัวย่ออื่นๆ อีกมากมาย

ยกตัวอย่างเพลงที่ตัวเองชอบและตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าในโทรศัพท์ตอนนี้นะคะ....เพลง Beautiful girl  ของ Sean Kingston ..มาลองแปลกันนะคะ

You're way too beautiful girl
คุณเป็นคนที่สวยเกินไป

That's why it'll never work
มันก็เลยไม่ได้เรื่อง

You'll have me suicidal, suicidal
คุณจะทำให้ผมรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย

When you say it's over
เมื่อคุณบอกว่ารักเราจบแล้ว

Damn all these beautiful girls
ผู้หญิงสวยเหล่านี้ช่างร้ายจริง

They only wanna do your dirt
พวกเธอแค่ต้องการให้คุณเจ็บช้ำ

They'll have you suicidal, suicidal
พวกเธอจะทำให้คุณรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย

When they say it's over

เมื่อตอนที่เธอบอกว่ารักจบลงแล้ว

See it started at the park
คือมันเริ่มขึ้นที่สวนสาธารณะ

Used to chill at the dark
เคยมีความสุขสบายยามค่ำคืน

Oh when you took my heart
แต่เมื่อคุณเข้ามาในใจผม

That's when we fell apart
เราเลยถึงคราวโศกเศร้า

Coz we both thought
เพราะเราทั้งคู่ต่างคิดว่า

That love lasts forever (lasts forever)
รักนั้นจะคงอยู่ตลอดกาล

They say we're too young
เขาบอกว่าเราเด็กเกินไป

To get ourselves sprung
ที่จะรักกัน

Oh we didn't care
แต่เราไม่สนใจ

We made it very clear
เราได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

And they also said
และพวกเขาก็บอกด้วยว่า

That we couldn't last together (last together)
เราคงไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ในท้ายที่สุด

 

It was back in '99
ย้อนกลับไปปี1999

Watchin' movies all the time
ดูหนังตลอดเวลา

Oh when I went away
เมื่อผมติดคุก

For doin' my first crime
ทำบาปแรกของผม

And I never thought
และผมไม่เคยคิดว่า

That we was gonna see each other (see each other)
เรากำลังจะได้เจอกันและกัน

And then I came out
จากนั้นผมก็ออกจากคุก

Mammy moved me down South
แม่ย้ายผมไปทางใต้

Oh I'm with my girl
ผมอยู่กับแฟนสาวผม

Who I thought was my world
คนที่ผมคิดว่าเป็นโลกของผม

It came out to be
แต่มันกลับกลายเป็นว่า

That she wasn't the girl for me (girl for me)
เธอไม่ใช่ผู้หญิงของผมอีกต่อไป

See it's very define, girl
เห็นไหมว่านี่เป็นคำอธิบายที่ชัดมาก ที่รัก

One of a kind
มีอยู่หนึ่งเดียว

But you mush up my mind
คุณทำลายจิตใจผม

You walk to get declined
คุณถอยห่างไป

Oh Lord...
โอ้ พระเจ้า

My baby is driving me crazy
แฟนผมกำลังทำให้ผมกลายเป็นบ้า

Now we're fussin'
ตอนนี้เราตื่นตระหนก

And now we're fightin'
และตอนนี้เรากำลังทะเลาะกัน

Please tell me why
บอกผมทีว่าทำไม

I'm feelin' slightin'
ผมถึงได้รู้สึกโดนเหยียดหยาม

And I don't know
และผมไม่รู้ว่าจะ

How to make it better (make it better)
ทำยังไงถึงจะดีขึ้น

You're datin' other guys
คุณออกไปกับผู้ชายอื่น

You're tellin' me lies
คุณกำลังโกหกผม

Oh I can't believe
โอ้ ผมไม่อยากเชื่อ

What I'm seein' with my eyes
สิ่งที่ผมกำลังเจอกับตาตัวเอง

I'm losin' my mind
ผมกำลังเป็นบ้า

And I don't think it's clever (think it's clever)
และผมไม่คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ฉลาดเลย

 

***************

 อันนี้แค่แปลหยาบๆ อย่างเร็ว เคยไปอ่านคนที่เค้าแปลเก่งๆ อือหือ ลึกซึ้งมากเลยค่ะ เอาเป็นว่า เราแปลแบบมวยวัดพอเข้าใจไปก่อน ให้เราเข้าใจได้คนเดียวก็โอเคระดับหนึ่งแล้วหล่ะค่ะ อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ไปไกลจากศัพท์เดิมซะทีเดียว

 แปลเสร็จ เราก็จะได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเยอะแยะเลยค่ะ จากเพลงแค่เพลงเดียว พยายามจำบางประโยคไว้ เผื่อใช้งานได้เมื่อจำเป็น และทำให้ภาษาอังกฤษของเราดูดีขึ้นค่ะ

สู้ๆ

 

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 01 กรกฎาคม 2551 16:26 แก้ไข: 02 กรกฎาคม 2551 11:20 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เข้ามาเรียนรู้ภาษาอังกฤษจาก คนชายฝั่ง อีกต่อหนึ่ง

มีช่วงหนึ่งติดต่อเพื่อนต่างชาติทางอีเมล์ เราก็ใช้ภาษาง่ายๆ เขียนโต้ตอบไป 
แต่ด้วยความที่เขียนทุกวัน  กระบวนการคิดก็เร็วขึ้น ช่วงนั้นรู้สึกนึกประโยคภาษาอังกฤษได้เร็วและง่าย

ต่อมาเกิดเหตุการณ์อะไรจำไม่ได้ ทำให้ขาดการติดต่อกับเพื่อนต่างชาติคนนั้นไป
ภาษาอังกฤษเลยคืนเพื่อนไปด้วยเลย ... น่าเสียดายนะ

หรือจะมาเริ่มฝึกใหม่ตอนนี้ดี  คงยังไม่สายนะ

สวัสดีค่ะ แวะมาอ่านด้วยคน แล้วก็จะบอกว่าวันที่ 9-11 ก.ค. นี้ มีกิจกรรมดีๆที่ศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง คณะศิลปศาสตร์นะคะ เน้นภาษาต่างประเทศค่ะ ทั้งอังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่นและมลายู อย่าลืมแวะมาสนุกด้วยกันนะคะ ^__^

ถามว่า ตัวเอง เก่งภาษาอังกฤษมั้ย

ตอบได้เต็มปากเลยค่ะว่า

"ไม่เก่งเลย" ...แค่พอเอาตัวรอดแบบมวยวัดไปวันๆ

แต่ของอย่างนี้ก็อยู่ที่การใฝ่หา ใฝ่รู้ ตามความชอบค่ะ

เมื่อวาน พี่ที่ทำงาน เอาแบบฟอร์มการเซ็นต์ชื่อเข้าเวลางานที่เป็นภาษาอังกฤษมาให้ช่วยดู เพื่อให้ลูกจ้างของเราที่เป็นชาวต่างชาติเซ็นต์ชื่อ

ด้วยความที่ภาษาก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง แถมศัพท์แสงก็เป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่โอกาสที่จะฝึกภาษามาอีกแระ มาดูกันนะคะว่าเราได้อะไรจากการช่วยงานคนอื่น

คำแรกพี่เค้าเขียนมาว่า

Time Sheet

ในใจคิดว่า อืมม์ มันไม่น่าจะใช่คำนี้นะ

งานนี้ขอแรงพี่กูเกิ้ลมาช่วย เลยได้มาว่าน่าจะใช่

Time Attendance

อะฮ้า...เราได้รู้แระว่าตารางบันทึกเวลาเข้างานเค้าใช้คำว่า Time Attendance นั่นเอง

อันนี้ไม่ค่อยปวดหัวเท่าไหร่ มาถึงช่องที่ต้องแปลว่า เวลาเข้างาน และเวลาออกงาน

พี่เค้าร่างมาให้ว่า Arrival และ Departure

ปวดหัวเลยค่ะ!! มันแม่งๆ อยู่นะ

แต่ไม่รู้จะปรึกษาใครดี ในใจคิดว่า มันอาจจะถูกก็ได้

แต่ไม่ค่อยชอบอ่ะ มันเหมือนตารางเครื่องบิน รถไฟ อะไรประมาณนั้น

ปวดหัวอยู่ 20 นาที (โดยประมาณ) เลยแก้เป็นฉบับมวยวัดละกัน เป็น Time in และ Time out ดีกว่า ฟังดูง่ายๆ เข้าใจได้ดี

555 ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือเปล่า อันนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญภาษา อย่าง อ.กานต์ มาช่วยแถลงไข...

ยกตัวอย่างมาเพื่อให้กำลังใจแก่คนที่เริ่มท้อแท้กับภาษาอังกฤษค่ะ พยายามอีกนิดนะ ไม่สายเกินไปหรอกค่ะ คุณมัน'หลา

^____^

มือไวไปหน่อย กดบันทึกเฉยเลย

มีอีกอย่างที่จะบอกเกี่ยวกับการแปลเพลงนี้

เพราะเมื่ออ่านคำแปลแบบตรงๆ แล้วอาจจะไม่ได้อรรถรสของเพลง ฟังแล้วไร้อารมณ์

จริงๆ แล้วเพลงนี้เป็นแร๊พ (ให้นึกถึงแนวเพลงของโจอี้บอย) เพราะฉะนั้น ถ้าจะแปลให้ได้รสชาติจริงๆ ต้องใช้คำที่สุภาพน้อยกว่านี้

เช่น You're way too beautiful girl

ในกรณีเพลงนี้ มันก็อาจจะเทียบเคียงได้กับ

"ไอเธอมันคือนางแมวยั่วสวาท"

อะไรประมาณนั้น

คือออกแนวประชดประชัน หลอกด่าหน่ะค่ะ

 

 

Ico48
xdsd [IP: 125.26.82.250]
18 สิงหาคม 2552 20:59
#47437

ไม่บอก

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.205.96.39
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ