นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1797
ความเห็น: 7

ดูดาย...

    ได้อ่านบันทึกนี้ "ทฤษฎีความผูกพัน: พ่อแม่ควรรู้" บวกกับมีเรื่องในใจที่อยากเขียนอยู่ด้วย จึงจับมารวบความคิด เขียนเป็นบันทึกเปิดก่อน ส่วนบันทึกจริงที่รอจะเขียน ค่อยเขียนต่อในตอนต่อไปแล้วกัน อิอิ

 

      คนสมัยนี้ เป็นคนนิ่งดูดายกันเยอะ

 

       จริงๆ ความนิ่งดูดาย อาจเกี่ยวข้องกับ Comfort Zone อยู่เหมือนกัน ซึ่งความดูดายนั้น ในสายตาของตนเองมีหลายแบบ เช่น เห็นขยะในบ้านหรือในห้องทำงานแล้วไม่คิดจะเก็บ การล้างเครื่องแก้วแค่ส่งๆ โดยไม่ยอมแกะ Lebel ออกให้สะอาด การทำงานให้แค่พอผ่านๆ รวมทั้งการทำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่มักชอบทำตอนใกล้กำหนดส่งด้วย หรือการพูดว่า "ช่างมันเถอะ" ในสิ่งที่ควรทำ หรือ สิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะบางคนหลงคิดว่าการพูดว่า ช่างมันเถอะ คือการปล่อยวางปลดปลงต่อกิเลส หรือ การทำจิตใจให้สูงส่งต่อปัญหาต่างๆ รอบตัว แบบว่า ฉันหลุดพ้นแล้ว...

 

      หากเราดูดายต่อสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวของเราไปนานๆ ก็จะติดเป็นนิสัย ทำให้เราดูดายเรื่องใหญ่ เช่น เรื่องงานใหญ่ที่เราต้องรับผิดชอบด้วย

 

        ใยมะพร้าวฯ เป็นลูกคนจีน พ่อเป็นเผด็จการและมีอำนาจสูงสุดในบ้านแบบคนจีนแท้ๆ ดังนั้น พ่อจะตี จะดุด่า ตักเตือนตลอดเวลา พ่อเป็นคนเจ้าระเบียบ แบบว่าตอนเด็กๆ ถ้าร้องไห้ไม่มีเหตุผล จะไม่โอ๋ แต่จะตีจนหยุดร้อง (ไม่กล้าร้องต่อ) พอโตขึ้นมาหน่อยในสมัยมัธยม พ่อจะมีคำสอนหนึ่งเสมอ คือ "อย่าดูดาย" เวลาเราทำอะไรแบบส่งๆ เช่น กวาดบ้านแบบส่งๆ ไม่ช่วยจัดบ้าน ไม่ช่วยยกของหนัก เปิดน้ำทิ้งขว้าง ไม่สนใจสิ่งที่ควรจะช่วยกันทำ พ่อจะไม่พอใจ และสั่งให้ทำทันที ให้ทำใหม่ให้ทำต่อจนเรียบร้อย

 

        เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว คือ ในบ้าน ไม่ใช่รอให้น้ำหมดแล้วค่อยกรอก หรือ รอให้บ้านรกสุดๆ แล้วค่อยกวาด ดังนั้น เด็กอย่างตนเอง (เด็กทุกคน) ที่มีความขี้เกียจ ดูดาย ก็สามารถประพฤติตัวดีขึ้นได้ ตามคำพ่อสอน

 

        ตนเองคิดว่า เรื่องแบบนี้ ถ้าพ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือ ทำให้ดูเป็นต้นแบบ หรือพ่อแม่ทำให้ลูกอยู่ฝ่ายเดียวแต่ไม่ฝึกให้ลูกทำ เลี้ยงลูกแบบเทวดา สุดท้ายเด็กที่โตขึ้นมาก็จะเป็นคนที่ดูดาย...เพราะมนุษย์ไม่ชอบความลำบาก และไม่อยากออกจาก Comfort Zone เรื่องนี้มันอยู่ในสันดาน ที่ถ้าไม่ขัดเกลาก็จะไม่มีทางเป็นเองได้...แต่ส่วนใหญ่ ผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มามากกว่า จะหายอาการนิ่งดูดายไปเอง โดยเฉพาะเมื่อมีบ้าน มีครอบครัว หรือมีลูกเองแล้ว 555+

.

.

.

.

      เมื่อหลายปีที่แล้ว ที่ทำงานเราเคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมลงมาจากดาดฟ้า จำได้ว่าเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 3 ครั้งในรอบ 9 ปีที่ตนเองทำงานที่นี่มา

 

      ผู้รับผิดชอบยังคงดูดายเสมอมา เพราะไม่มีการจัดการปัญหาเรื่องการยาแนว /โบกปูนจุดรอยต่อของจุดน้ำขังที่ชั้นดาดฟ้า หรือการแก้ไขปัญหาเรื่องการอุดตันของท่อระบายน้ำเลย แม้ว่าจะทราบวิธีการแก้ไข และผู้บริหารก็สนับสนุนที่จะดำเนินการอยู่แล้ว

 

      การแก้ปัญหาส่วนใหญ่ เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ เช่น โกยขยะอุดตันหลังจากน้ำมันท่วมลงมาแล้ว แต่เมื่อน้ำแห้ง ฝนหาย ผ่านฤดูฝนที่เปียกปอนไป ทุกอย่างก็ถูกลืม ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุเสียที...จนปีต่อๆ มา เมื่อไหร่ที่พายุเข้า ตะกอนขยะมีเต็มที่ น้ำก็จะท่วมลงมาอีกครั้ง... และอีกครั้ง

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 พฤศจิกายน 2557 21:22 แก้ไข: 14 พฤศจิกายน 2557 10:51 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Monly, และ 13 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ทาวน์ถ้ำ [IP: 180.183.29.228]
13 พฤศจิกายน 2557 23:33
#100605

 

นึกว่าจะเขียนเป็นแต่เนื้อหาโลกสวยอย่างเดียว เลยมักอ่านลวก ๆ และไม่สนใจจะเสวนา

มาเจอเอาหัวข้อนี้ เออ...เข้าท่าดี มีสาระ ไม่กลัวเสียภาพพจน์

 

เรื่องที่เล่า น่่าจะตรงกับผู้ที่มีอายุเกิน 30 ปีหลาย ๆ คน

คนกลุ่มนี้เรียกอาจเรียกได้ว่าเป็น "คนเอาถ่านรุ่นสุดท้าย"

ลองดูรุ่นน้องรุ่นหลานที่เกิดหลังปี 2525 แต่ละคนสิ

ยิ่งถ้าเป็นรุ่น Social Cam ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ...แต่ละคน...

 

สรุปแล้ว...เป็นเพราะเด็กงี่เง่าเฟอะฟะเอง หรือเพราะพ่อแม่ครูอาจารย์เลี้ยงดูสั่งสอนเหยาะแหยะ

 

 

555+ ขอบคุณครับ ถือเป็นคำชมที่จริงใจมาก ตนเองก็ติดตามข้อคิดเห็นของคุณทาวน์ตลอด รออยู่นาน ว่าทำไมไม่มาคอมเม้นท์เราซะที เอิ้ก เอิ้ก

"ใจสั่งมา"

อ่านความเห็นแรกแล้วอยากจะมาออกเสียงแทนคนรุ่นใหม่ที่ดีๆ มีไม่น้อยนะคะ อาจจะในสัดส่วนเดียวกับรุ่นเราๆที่พูดว่าเยอะกว่านี่แหละ แต่สัดส่วนของคนที่"มีใจสาธารณะ"นั้นมีน้อยเป็นปกติอยู่แล้ว ถ้าเราคิดว่าเราเป็นอยู่ ดีอยู่ เราก็ควรจะช่วยขยายวงด้วยจึงจะช่วยคนในรุ่นต่อๆไปได้นะคะ เพราะอย่างน้อยเราเป็นยังไง ลูกเราก็จะเป็นอย่างนั้นแหละค่ะ หรืออีกอย่าง เราอยากให้ลูกเป็นอย่างไร เราเองต้องทำให้ได้ก่อนนั่นเอง ไม่ต้องหวังพึ่งคนรุ่นต่อไป แต่เราเองต้องสร้างสิ่งดีๆไว้ให้คนรุ่นต่อๆไปรักษาต่อมากกว่า

เหมือนที่ห้องอาหารสำนักงานอธิการบดี ม.อ.หาดใหญ่ เลย

น้ำหยด ติ๋ง ๆ เวลาทานข้าว ต้องขยับ กัน ประจำจ้า

เข้าท่าแฮะ

คราวหน้าคราวหลังเราไม่นั่งดูคนดายหญ้าอีกแล้ว

เมื่อกี้ก็กินข้าวซะเกลี้ยงจาน แบบว่าดายของน่ะ

เด็กรุ่นใหม่นี่เขามีอิสระเสรีเต็มที่ครับ หัวใจประชาธิปไตย แตะต้องไม่ได้ หัวใจอ่อนแอ

อิอิอิ

เราเอง

เริ่มต้นที่เราไม่ดูดาย และลงมือทำจริงๆค่ะ

หวังว่าสักวันคงพบคนไม่ดูดายตัวจริงๆเป็นๆ ลงมือทำด้วยตนเอง ที่ส่งผลให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทุกภาคส่วน

การสอนที่เป็นแบบอย่าง ลงมือทำให้เห็น เป็นให้ดู อย่างคนไม่ดูดาย ช่วยกันอธิษฐานและร่วมภาวนาไปพร้อมกันนะคะ

ขอบคุณท่านสองใยมากค่ะ

ยาดมเอง

ใช่ค่ะ เราถูกฝึกมาไม่ให้ดูดาย เรื่องนี้ต้องสอนตั้งแต่เด็ก

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.228.194.177
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ