นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1146
ความเห็น: 0

อาการของผู้ได้รับยาเกินขนาด ยาพิษ หรือสารพิษ

อาการของผู้ได้รับยาเกินขนาด ยาพิษ หรือสารพิษ

       อาการขึ้นกับชนิด และปริมาณของสารพิษ และระยะเวลาที่กิน ในที่นี้จะกล่าวถึงสารเคมี ที่อาจพบได้บ่อยบางชนิดเช่น

  • แอสไพริน ถ้ากินขนาดมากๆ ทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด (acidosos) จะมีอาการหายใจหอบลึกหน้าแดง ไข้สูง ปวดท้อง อาเจียน มีภาวะขาดน้ำ มีเลือดออกตามที่ต่างๆ ชัก และหมดสติ ถึงตายได้
  • พาราเซตามอล ถ้าผู้ใหญ่กินครั้งเดียว 10 กรัม(ประมาณ 20 เม็ด) จะทำให้ตับถูกทำลายภายใน 12 ชั่วโมง ซึ่งอาจแสดงอาการดีซ่าน และตับวายในอีก 2 - 3 วันต่อมา ถ้ากินครั้งเดียว 15 กรัม อาจทำให้ตายได้
  • ยานอนหลับกลุ่มทั่วไป ถ้าทานปริมาณมากจะมีการกดการหายใจ ผู้ป่วยมักเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจ
  • ยานอนหลับกลุ่มบาร์บิทูเรต ถ้ากินเกินขนาดมากๆ จะทำให้ซึม ไม่ค่อยรู้ตัว หายใจตื้นและช้า เหงื่อออก ตัวเย็น ตัวเขียว รูม่านตาโต และไม่หดเมื่อถูกแสง หมดสติ และตายในที่สุด
  • ไอโอดีน (เช่น ทิงเจอร์ไอโอดีนที่ใช้ใส่แผล) ทำให้ปากและคอ หลอดอาหารไหม้และเจ็บ อาเจียนออกมาเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำเงิน กระหายน้ำ ท้องเดิน (อาจถ่ายเป็นเลือด) อ่อนเพลีย วิงเวียน เป็นลมและชัก
  • ด่างทับทิม ถ้ากินเกร็ดหรือน้ำด่างทับทิมเข้มข้นจะทำให้กัดเนื้อเยื่อในปาก กล่องเสียงบวม
    ชีพจรเต้นช้าและช็อก
  • เมนทอลหรือยูคาลิปตัส ทำให้อาเจียน ท้องเดิน หมดสติ หายใจตื้น ปัสสาวะเป็นเลือด และชัก
  • น้ำยาบอริก (Boric acid) ทำให้มีไข้ขึ้น ปัสสาวะไม่ออก หน้าแดง ซึม และชัก
  • ผงซักฟอก อาจทำให้คลื่นไส้อาเจียน ท้องเดิน ถ้ามีส่วนผสมของด่าง ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินอาหาร
  • น้ำมันก๊าด เบนซิน ทินเนอร์ ทำให้อาเจียน ปอดบวมน้ำ (Pulmonary edima) วิงเวียน ชีพจร อ่อนและเต้นไม่สม่ำเสมอ ชัก ถ้าสำลักเข้าไปในปอดทำให้ปอดอักเสบ อาการเป็นพิษเรื้อรัง จะมีอาการปวดศีรษะ ซึม ตามัว มือเย็นและชา อ่อนเพลีย ความจำเสื่อม ใจสั่น ความคิดสับสน ซีด เจ็บในปาก
  • สารพวกฟีนอล (Phenol) เช่น กรดคาร์บอลลิก (Carbolic acid) ไลซอล (Lysol) เฮกซาคลอโรฟีน (เช่น ไฟโซเฮก) เป็นต้น พวกนี้เป็นกรดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร กระหายน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะออกน้อย กล้ามเนื้อชักเกร็ง ช็อก และการหายใจล้มเหลว
  • ฟอสฟอรัส (Inorganic phosphorus) ซึ่งมีอยู่ในหัวไม้ขีดไฟ ทำให้เจ็บในปากและลำคอ อาเจียน ท้องเดิน ปวดศีรษะ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ดีซ่าน ปัสสาวะออกน้อย มีจุดแดงขึ้นตามผิวหนัง และช็อก
  • ดีดีที จะทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามแขนขา กระสับกระส่าย กล้ามเนื้อกระตุก ชักและหมดสติ
  • ยาฆ่าแมลงประเภทออร์แกโนฟอสเฟต (Organophosphate) เช่น พาราไทออน (Parathion),มาลาไทออน (Malathion),คาร์บาเมต (Carbamate) เป็นต้น มักมีอาการภายใน 2 - 3 ชั่วโมงหลังกิน ด้วยอาการปวดศีรษะ เหงื่อออก น้ำลายฟูมปาก น้ำตาไหล อาเจียน ท้องเดิน กล้ามเนื้อเต้นกระตุก ชัก หอบ ตาลาย รูม่านตาหดเล็ก และอาจตายภายในเวลารวดเร็ว
  • พาราควอต (Paraquat) ซึ่งมีในยาปราบวัชพืชทำให้เกิดอาการชัก ปอดบวมน้ำ ตับวาย หัวใจวาย ภายในไม่กี่ชั่วโมงจนหลายวัน ในที่สุดจะมีอาการระบบหายใจล้มเหลว เนื่องจากเกิดเยื่อพังผืดในปอด ถ้าขนาดเข้มข้น อาจกัดเยื่อบุหลอดอาหารทำให้ริมฝีปากและลำคอไหม้พอง และเป็นแผล อาจทำให้หลอดอาหารเป็นแผลทะลุ
  • สตริกนิน (Strychnine) ซึ่งมักทำเป็นยาเบื่อสุนัข ทำให้เกิดอาการชัก หลังแอ่น หายใจลำบาก น้ำลายฟูมปาก และขาดออกซิเจน
  • ไซยาไนด์ (Cyanides) ซึ่งอาจมีอยู่ในยาเบื่อหนู จะทำให้ตัวเขียว หายใจลำบาก ความดันเลือดตก ถึงตายได้รวดเร็ว
  • สารปรอท ทำให้มีอาการน้ำลายฟูมปาก กระหายน้ำ ปวดแสบปวดร้อนในปาก และลำคอ เยื่อบุในช่องปากบวมและเปลี่ยนสี ปวดท้อง อาเจียน ท้องเดิน (ถ่ายเป็นเลือด) ไม่มีปัสสาวะ และช็อก ถ้าเป็นพิษเรื้อรัง จะมีอาการอ่อนเพลีย เดินเซ มือสั่น ซึมเศร้า เป็นตะคริว
  • สารหนู (Arsenic) อาการมักเกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังกิน (บางคนอาจนานถึง 12 ชั่วโมง) มีอาการปวดท้อง กลืนลำบาก อาเจียนติดๆกัน ท้องเดิน เป็นตะคริว ต่อมาจะรู้สึกกระหายน้ำอย่างรุนแรง และช็อก
  • เมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl alcohol) ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ที่ใช้จุดไฟ เป็นคนละชนิดกับเอทิลแอลกอฮอล์(Ethtl alcohol) ซึ่งทำเป็นเหล้า เบียร์ เมื่อกินเข้าไปอาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง จุกแน่น คลื่นไส้ อาเจียน และตาบอด(เพราะประสาทตาถูกทำลาย) ผู้ป่วยอาจมีอาการตัวเขียว ชัก และหมดสติ
  •  กรดหรือด่างอย่างแรง ทำให้ผิวหนังและเยื่อบุของทางเดินอาหารถูกกัดไหม้และอักเสบ มีอาการเจ็บในปากและลำคอ กระหายน้ำ คลื่นไส้อาเจียน อาเจียนเป็นเลือด กลืนลำบาก หายใจลำบาก ช็อก บางคนอาจมีการแตกทะลุของหลอดอาหารและกระเพาะ ทำให้กลายเป็นเยื่อบุช่องท้องอักเสบ หรือ หลอดอาหารเกิดการตีบตันจากการอักเสบได้

       *** ถ้าสามารถนำยาหรือสารพิษที่ผู้ป่วยได้รับไปให้แพทย์ผู้รักษา จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วย***

   ขอขอบคุณความรู้ดีๆจาก : นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, ขวัญยืน ศรีเปารยะ และ ดร.สุมล ปวิตรานนท์ : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 24 กรกฎาคม 2560 10:10 แก้ไข: 24 กรกฎาคม 2560 10:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ดำขำ และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.236.135
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ