นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

แอ๋ว
Ico64
พัชรินทร์ เมฆสุนทร
ประชาสัมพันธ์
คณะทรัพยากรธรรมชาติ
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 3503
ความเห็น: 2

ข้าวโพดสีม่วงต้านมะเร็ง - ชะลอความแก่

ต้านมะเร็ง - ชะลอความแก่

 

ข้าวโพดสีม่วงต้านมะเร็ง  -  ชะลอความแก่

             ข้าวโพดสีม่วง   เป็นข้าวโพดที่กำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกร
นักวิชาการและนักโภชนาการทั้งหลายในขณะนี้   โดยสายพันธุ์พัฒนามาจาก
ข้าวโพดสีม่วงผสมกับข้าวโพดเหนียว  ทำให้ได้ข้าวโพดเหนียวสีม่วงมีฝักใหญ่ 
รสชาตินุ่มลิ้นหวานและเหนียว

              และที่สำคัญ  สีม่วงเข้ม ในเมล็ดนั้น เป็นสารแอนโทไซยานิน
ซึ่งมีคุณสมบัติ  ดังนี้

              1. 
ต่อต้านอนุมูลอิสระ  
              2.  ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งชนิด
เนื้องอก 
              3. 
เสริมให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรคและสมานแผล   
              4.  เสริมการทำงาน
ของเม็ดเลือดแดง   
              5.  ชะลอการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด  
              6.  ช่วยควบคุม
ระดับน้ำตาล  
              7.  ชะลอความแก่

              วิธีรับประทานควรนำไปนึ่งดีที่สุด  และมีผู้แนะนำให้นำไปอบเนย
จะได้รสชาติอร่อยอีกอย่างหนึ่ง    

 

ที่มาจากกรมประชาสัมพันธ์

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 มกราคม 2555 10:22 แก้ไข: 19 มกราคม 2555 15:01 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 บิวตี้, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ทราบเคล็ดลับพี่แอ๋วว่า ทำไมถึงสาว และสวยตลอดกาล

Ico48
ข้าวโพดโกโก้ [IP: 203.113.115.99]
16 มีนาคม 2555 09:00
#75925

วันที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 16:15:05 น.

Share

จิรวรรณ โรจนพรทิพย์

เมื่อเร็วๆ นี้ กรมอนามัย ได้เปิดเผยผลสำรวจสุขภาพคนไทย ใน ปี 2553 พบว่า หญิงไทย-ชายไทย มีรอบเอวเกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ออกกำลังกายน้อย ส่งผลทำให้คนไทยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง ในสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น จึงอยากให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายกันให้มากขึ้น ควบคู่กับการบริโภคอาหาร เพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง มหัศจรรย์ธัญพืชที่มีสารแอนโทไซยานิน (สีม่วง) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย

รู้จักข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง

นวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย

สำหรับธัญพืชเพื่อสุขภาพชนิดนี้ มีชื่อทางการค้าว่า ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมแฟนซี สีม่วง 111 เป็นนวัตกรรมใหม่จากมันสมองของนักวิจัยชาวไทย คือ คุณไพศาล หิรัญมาศสุวรรณ ผู้จัดการงานปรับปรุงพันธุ์พืช (ข้าวโพดฝักสด) ของ บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด ผู้นำตลาดเมล็ดพันธุ์พืชไร่ ในเครือ ADVANTA ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Hyderabad ประเทศอินเดีย

คุณไพศาล ได้ขอพันธุ์ข้าวโพดสีม่วงจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เพื่อมาใช้เป็นเชื้อพันธุกรรม ร่วมกับสายพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวที่บริษัทกำลังศึกษาวิจัยอยู่ก่อนแล้ว คุณไพศาล สกัดสายพันธุ์แท้จากคู่ผสมของเชื้อพันธุกรรมทั้งสอง จนได้สายพันธุ์แท้ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง และคัดเลือกพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมออกมาได้ 2 พันธุ์ คือพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวแฟนซี สีม่วง 111 และ พันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวแฟนซี สีขาวม่วง 212 รวมใช้ระยะเวลาปรับปรุงข้าวโพดพันธุ์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 6-7 ปี ทีเดียว

ก่อนหน้านี้ บริษัท แปซิฟิคฯ ได้นำเมล็ดพันธุ์ทั้ง 2 ชนิด ไปทดสอบ ทั้งในสถานีวิจัยและในแปลงของเกษตรกรหลายแห่งในพื้นที่ อำเภอบ้านหมอ จังหวดสระบุรี, อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี, อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ฯลฯ ไม่ต่ำกว่า 3-4 ปี ผลการทดสอบเป็นที่ถูกอกถูกใจเกษตรกรอย่างมาก เพราะได้ผลผลิตสูง คุณภาพฝักสดดีเยี่ยม แถมปรับตัวได้ดีในสภาพแปลงเกษตรกร

เผยเคล็ดลับการปลูก

เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี

การเตรียมดินถือเป็นหัวใจของการปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวให้ได้ผลผลิตสูง เพราะถ้าดินมีสภาพดีเหมาะกับการงอกของเมล็ด จะทำให้มีจำนวนต้นต่อไร่สูง ผลผลิตต่อไร่ก็จะสูงตามไปด้วย จึงแนะนำให้เกษตรกรไถดะและตากดินทิ้งไว้ 3-5 วัน จึงค่อยไถแปรเพื่อย่อยดินให้แตกละเอียดเหมาะกับการงอกของเมล็ดพร้อมหว่านปุ๋ยคอก อัตรา 1 ตัน ต่อไร่ ก่อนการไถแปร เพื่อเป็นการปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ดีขึ้น สามารถอุ้มน้ำได้นานขึ้น และเพิ่มธาตุอาหารให้กับข้าวโพดอีกทางหนึ่ง

การปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง สามารถปลูกได้ 2 วิธี คือ ปลูกแบบแถวเดี่ยว ระยะระหว่างแถว 75 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 20-25 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 1 ต้น จำนวนต้นต่อไร่ ประมาณ 7,000-8,500 ต้น จะใช้เมล็ด ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ต่อไร่

หรือ ปลูกแบบแถวคู่ มีการยกร่องสูง ระยะระหว่างร่อง 120 เซนติเมตร ปลูกเป็น 2 แถว ข้างร่อง ระยะห่างกัน 30 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร 1 ต้น ต่อหลุม จะมีจำนวนต้น ประมาณ 7,000-8,500 ต้น ต่อไร่ และใช้เมล็ดประมาณ 2-3 กิโลกรัม ต่อไร่

ส่วนปุ๋ย แนะนำให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตรปุ๋ย 15-15-15 หรือ 25-7-7 หรือ 16-16-8 อัตรา 50 กิโลกรัม ต่อไร่ ใส่พร้อมปลูกหรือใส่ขณะเตรียมดิน หากปลูกด้วยมือ ควรหยอดปุ๋ยที่ก้นหลุมแล้วกลบดินบางๆ ก่อนหยอดเมล็ด แต่ไม่ควรให้ปุ๋ยสัมผัสกับเมล็ดโดยตรง เพราะอาจทำให้เมล็ดเน่าได้

ปุ๋ยแต่งหน้า ครั้งที่ 1 บริษัทแนะนำให้เลือกใช้ปุ๋ย สูตร 46-0-0 (ยูเรีย) ใส่ อัตรา 25-30 กิโลกรัม ต่อไร่ ใส่เมื่อข้าวโพดมีอายุ 20-25 วัน หลังปลูก โรยข้างต้นในขณะดินมีความชื้นหรือให้น้ำตาม หรือพูนโคนกลบปุ๋ยเพื่อกำจัดวัชพืชไปในตัว เมื่อข้าวโพดมีอายุ 40-45 วัน หลังปลูก ถ้าแสดงอาการเหลืองหรือไม่สมบูรณ์ ให้ใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 25 กิโลกรัม ต่อไร่ โรยข้างต้น ในขณะดินมีความชื้นหรือให้น้ำตาม

ถ้าแปลงปลูกข้าวโพดมีวัชพืชขึ้นมาก จะทำให้ข้าวโพดไม่สมบูรณ์ ผลผลิตจะลดลง ควรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก โดยใช้อลาคลอร์ฉีดพ่นลงดินหลังจากปลูก ก่อนที่วัชพืชจะงอก ขณะฉีดพ่น ดินควรมีความชื้นเพื่อทำให้ยามีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วงที่ฝนตกชุก เสี่ยงต่อการเกิดโรคราน้ำค้างได้ง่าย ควรฉีดสารเคมีป้องกันโรคราน้ำค้าง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

ระยะ 7 วันแรกหลังปลูก เป็นระยะที่ข้าวโพดกำลังงอก ถ้าข้าวโพดข้าวเหนียวขาดน้ำช่วงนี้จะทำให้การงอกไม่ดี จำนวนต้นต่อพื้นที่ก็จะน้อยลง จะทำให้ผลผลิตลดลงไปด้วย ระยะที่ขาดน้ำไม่ได้อีกช่วงหนึ่งคือ ระยะออกดอก การขาดน้ำในช่วงนี้จะมีผลทำให้การผสมเกสรไม่สมบูรณ์ การติดเมล็ดจะไม่ดี ติดเมล็ดไม่เต็มถึงส่วนปลาย หรือติดเมล็ดเป็นบางส่วน ฝักที่ได้จะขายได้ราคาต่ำ โดยปกติถ้าเป็นพื้นที่ที่สามารถให้น้ำได้ ควรให้น้ำทุก 3-5 วัน ขึ้นกับสภาพต้นข้าวโพดและสภาพอากาศ แต่ช่วงที่ควรให้น้ำถี่ขึ้นคือ ช่วงที่ข้าวโพดกำลังงอกและช่วงออกดอก

โดยปกติข้าวโพดข้าวเหนียวจะเก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุประมาณ 60-70 วัน หลังปลูก แต่ระยะที่เหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวที่สุด คือ ระยะ 18-20 วัน หลังข้าวโพดออกไหม 50% (ข้าวโพด 100 ต้น มีไหม 50 ต้น) แต่ถ้าปลูกในช่วงอากาศหนาวเย็นอายุการเก็บเกี่ยวอาจจะยืดออกไปอีก

คุณทวี รุ่งเรือง เกษตรกรตำบลหนองบัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ที่มีประสบการณ์ในการปลูกข้าวโพดมานานกว่า 10 ปี สนใจปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง เพราะเป็นเรื่องใหม่ ท้าทายในการปลูก เมื่อ บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมแฟนซี สีม่วง 111 มาให้ทดลองปลูก ก็ได้ผลผลิตที่ดี เมื่อคุณทวีเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายที่ตลาดสด จังหวัดสระบุรี ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแม่ค้า สามารถขายผลผลิตฝักสดได้ถึงกิโลกรัมละ 20 บาท และมีลูกค้ามาถามซื้ออีกหลายราย เนื่องจากเห็นเป็นของแปลก และรสชาติหวานหอม เหนียวนุ่ม ฝักใหญ่ ไม่เหมือนข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์อื่นๆ ที่เคยกิน แถมสีสันโดดเด่นไม่เหมือนใคร ยิ่งรู้ว่า ข้าวโพดสีม่วงเข้มนี้มีสารต้านมะเร็งได้ด้วย ลูกค้าก็ยิ่งสนใจมากขึ้น ทำให้คุณทวีพึงพอใจกับการปลูกข้าวโพดสายพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก

คุณจันทรา จันทร์เทียน ชื่อเล่นว่า พี่ติ๋ว อายุ 44 ปี เกษตรกรในพื้นที่ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เล่าให้ฟังว่า เพิ่งทดลองปลูกข้าวโพดสีม่วงเป็นครั้งแรก เนื้อที่ 1 ไร่ สาเหตุที่สนใจปลูก เพราะเป็นข้าวโพดพันธุ์ใหม่ การเตรียมแปลงปลูกของพี่ติ๋ว เริ่มจากไถแปรให้ดินป่น ใส่ปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ด และปลูกโดยใช้เครื่องหยอดเมล็ดจาน 9 ให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยรดให้ดินเปียกชุ่ม พร้อมใส่ปุ๋ยยูเรียเม็ดเล็ก ในปริมาณครึ่งลูก ต่อพื้นที่ 1 ไร่ พี่ติ๋วยังไม่ทันเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขาย ปรากฎว่ามีพ่อค้าแม่ค้ามาสั่งจองขอซื้อผลผลิตล่วงหน้ากัน คนละ 100-200 กิโลกรัม ที่สำคัญขอซื้อแบบไม่เกี่ยงราคาด้วย ถูกใจพี่ติ๋วอย่างมาก ทำให้ตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกรอบใหม่เพิ่มขึ้น เป็น 5 ไร่ ทันที

ด้านน้องสาวพี่ติ๋ว ชื่อ คุณนงนุช ใจเที่ยง ที่ยึดอาชีพขายข้าวโพดต้ม เล่าให้ฟังว่า ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เริ่มมีแม่ค้าหลายรายนำข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงออกมาวางขาย ในราคาฝักละ 10 บาท หากเป็นฝักเล็ก ก็จะขาย 3 ฝัก 20 บาท ลูกค้าชอบสีสันแปลกตา ขนาดพอเหมาะ ที่สำคัญ มีสรรพคุณต้านทานโรคมะเร็ง ทำให้ลูกค้าจำนวนมากสนใจอยากซื้อข้าวโพดพันธุ์ใหม่นี้

ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง...

มหัศจรรย์อาหารเพื่อสุขภาพ

ข้าวโพดข้าวเหนียวแฟนซี สีม่วง 111 มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย เมื่อเคี้ยวจะรู้สึกมันและเหนียวนุ่มหนุบหนับ เคี้ยวเพลิน ไม่ติดฟัน ที่สำคัญเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวโพด ที่เป็นสีม่วงดำเข้ม ถือว่ามีคุณค่าทางอาหารสูงมาก เพราะมีสารแอนโทไซยานิน (anthocyanins) มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่าวิตามินซีหลายพันเท่า

วารสารทางการแพทย์ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ยกย่องคุณประโยชน์ของแอนโทไซยานินว่า ช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งชนิดเนื้องอก ช่วยเสริมให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรคและสมานแผล เสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ดีขึ้น ส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง ชะลอการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ลดภาวะเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ เพิ่มความสามารถในการมองเห็น ชะลอความเสื่อมของดวงตา ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน ชะลอความแก่โดยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ดังนั้น หากใครสามารถรับประทานข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงได้เป็นประจำ จะได้รับประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยต่างๆ

คุณพาโชค พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด เล่าให้ฟังว่า บริษัทได้นำข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงไปทดสอบตลาดตั้งแต่ปีที่แล้ว ปรากฏว่า ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรและผู้บริโภคในวงกว้าง เกษตรกรสามารถขายฝักสดได้ในราคา 2 เท่า ของราคาตลาด ขณะนี้พ่อค้าคนกลางพยายามจูงใจให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดพันธุ์นี้ โดยประกันราคารับซื้อข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ในราคากิโลกรัมละ 7 บาท ผลผลิตที่รับซื้อจากเกษตรกรจะส่งไปขายที่ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่น ห้างเดอะมอลล์ สยามพารากอน ฯลฯ

ขณะนี้ เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ สนใจที่จะขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงหลายพันไร่แล้ว การปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง มีต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ อยู่ที่ไร่ละ1,300 บาท ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าไถ ค่าปุ๋ย ค่าแรงเก็บเกี่ยว ฯลฯ อีกประมาณ 2,000 บาท พื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้1,500 กิโลกรัม หากขายฝักสดในราคากิโลกรัมละ 7 บาท ลงทุน 1 ไร่ จะมีรายได้เฉลี่ย 10,000 บาท เมื่อหักต้นทุนค่าใช้จ่าย 3,500 บาท จะเหลือผลกำไรประมาณไร่ละ 6,500 บาท ถือว่ามีตัวเลขรายได้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว

ที่ผ่านมา บริษัทได้ทดลองนำข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ไปต้มขายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่า สามารถขายข้าวโพด 300 ฝัก ขายหมดเกลี้ยงเลย ในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที ถึงแม้จะขายในราคาฝักละ 15 บาท แต่ผู้บริโภคก็ยอมจ่าย เพราะถือว่าได้บริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ผู้บริโภคจำนวนมากที่มีโอกาสชิมลิ้มรสข้าวโพดสีม่วงเป็นครั้งแรก มักจะติดใจ ย้อนกลับมาซื้อซ้ำอีกหลายครั้ง

คุณพาโชค แนะนำเคล็ดลับสำคัญที่จะเพิ่มรสชาติการบริโภคข้าวโพดข้าวเหนียวให้อร่อยว่า เริ่มจากเตรียมหม้อนึ่ง และใส่น้ำ/ต้มน้ำ ให้เดือด นำฝักข้าวโพดสีม่วง (อายุเก็บเกี่ยว 67-70 วัน จะมีรสชาติดีที่สุด) ปอกเปลือกหุ้มฝักออก โดยให้เหลือเปลือกหุ้มฝักติดกับฝัก ประมาณ 2-3 ชั้น เพื่อรักษาสารแอนโทไซยานินให้คงอยู่ ในเมล็ด และทำให้เมล็ดมีความเต่งตึงน่ารับประทาน ใส่ฝักข้าวโพดวางเรียงลงในหม้อนึ่ง ที่น้ำเดือดแล้ว ปิดฝา ใช้เวลาในการนึ่ง ประมาณ 25-30 นาที สารแอนโทไซยานิน (สีม่วง) ละลายได้ดีในความเย็น ดังนั้น ควรปล่อยให้ฝักข้าวโพดสีม่วงที่ต้มเย็นลงในระดับอุ่นๆ ก่อนรับประทาน จะทำให้สีม่วงไม่ติดมือ รสชาติและรวมทั้งคุณค่าทางอาหารยังคงเดิม

หากผู้อ่านท่านใดสนใจ อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ติดต่อได้ที่ บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด เลขที่ 1 หมู่ที่ 13 พหลโยธิน ตำบลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 18120 โทรศัพท์ (036) 266-316-9, (036) 267-877-8 โทรสาร (036) 266-508 ตั้งแต่ เวลา 08.00-17.30 น. ทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.221.159.255
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ