นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1207
ความเห็น: 2

“สภาเกษตรกรแห่งชาติ” จะเป็นปากเสียงให้เกษตรกรได้จริงหรือ ?

 

       อาชีพต่างๆหลายอาชีพมีสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องคอยเป็นปากเป็นเสียงให้ เช่นคุรุสภา สภาทนายความ แพทยสภา  สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า เป็นต้น สภาเหล่านี้มีมานานแล้ว เกษตรกรไทยสร้างชาติสร้างเมืองมานานแต่ในอดีตไม่มีสภาเป็นของตัวเอง ดังนั้นปากเสียงจึงไม่เคยขึ้นไปสู่การกำหนดนโยบายของชาติได้

       จึงเป็นที่น่ายินดีว่าเมื่อเร็วๆนี้ประเทศไทยมีองค์กรหนึ่งที่เป็นตัวแทนเกษตรกรในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการเกษตรของประเทศ ได้แก่ “สภาเกษตรกรแห่งชาติ”  เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาภายใต้พระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 แต่เพิ่งได้เริ่มมีการทำกิจกรรมในปีสองปีนี้เอง สภาเกษตรกรฯนี้ เป็นองค์กรที่ไม่เป็นหน่วยราชการและไม่ใช่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ แต่เป็นนิติบุคคลหนึ่งที่รายงานผลการทำงานโดยตรงไปยังนายกรัฐมนตรี

       เดิมทีส่วนต้นน้ำของระบบการเกษตรไทยคือเกษตรกรไม่ได้มีบทบาทในการกำหนดการเกษตรของประเทศเลย ทำให้มีความเสียเปรียบต่อพ่อค้าคนกลางอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร เช่น สหกรณ์ กลุ่ม สมาคม หรือวิสาหกิจต่างๆ แต่ก็ไม่มีปากเสียงอย่างแท้จริง พอเกิดปัญหาด้านการเกษตร เช่นราคาตกต่ำ ก็เดินขบวนเสียทีหนึ่ง พอเดินขบวนเยอะๆขึ้นรัฐก็ออกมาแก้ปัญหาให้เป็นครั้งเป็นคราวด้วยการออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ แต่มาตรการที่ออกมามักจะไม่ถึงมือเกษตรกร ผลได้กลับไปตกกับพ่อค้าคนกลางเสียมากกว่า ตัวอย่างเช่นเมื่อมีปัญหาราคายางพารา หรือราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ รัฐก็ออกมาตรการแทรกแซงในการรับซื้อผลผลิตในราคาที่กำหนด แต่ปริมาณที่รับซื้อน้อยมากเมื่อเทียบกับผลผลิตที่มีอยู่ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงตลาดในราคารับซื้อที่กำหนดมักจะเป็นพ่อค้าคนกลางหรือนักธุรกิจที่ใกล้ชิดนักการเมือง เนื่องจากบุคคลเหล่านี้มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นก่อนคนอื่นๆจึงสามารถนำผลผลิตไปขายได้ก่อน หรือไม่ผมทราบมาจากการบอกเล่าของเกษตรกรว่าผลผลิตที่ขายนั้นก็ไม่ได้นำไปขายจริงแต่ใช้ผลผลิตที่อยู่ในสต็อกอยู่เดิม  ผลประโยชน์จากการแทรกแซงที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งจึงตกไปอยู่กับพ่อค้าคนกลางละนักการเมืองเกือบทั้งหมด

       นอกจากนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่าปัจจุบันเกษตรกรรายย่อยจะสูญหายไปเยอะ พื้นที่ดินที่เคยมีอยู่ตกเป็นของเกษตรกรรายใหญ่มากขึ้น เกษตรกรรายย่อยที่ผลิตได้อย่างอิสระ จำนวนมากที่กลายมาเป็นเกษตรกรแบบพันธะสัญญา ซึ่งก็ต้องพึ่งพิงกับบริษัทใหญ่ๆที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ ในขณะที่ผลตอบแทนในการทำงานของเกษตรกรแบบพันธะสัญญาเทียบได้เพียงเป็นค่าแรงราคาถูกในภาคเกษตรเท่านั้น

       ปัญหาหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตเนื่องจากเราไม่มีแผนระยะยาวในการแก้ปัญหา ดังนั้นจึงทำให้เกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรรายย่อยมีความอ่อนแอแลงมาเรื่อยๆ การมีสภาเกษตรกรแห่งชาติจึงอาจเป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของการเกษตรในระยะยาวและสามารถแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างเป็นระบบได้

       กล่าวโดยย่อ(รายละเอียดท่านสามารถค้นคว้าได้จาก พ.ร.บ. ที่กล่าวถึงนะครับ ) สภาเกษตรกรแห่งชาติ มีบทบาทหน้าที่ในการจัดทำแผนแม่บททางด้านการเกษตรในลักษณะจากล่างขึ้นบน แผนจะถูกทำตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นมา เพราะสภาเกษตรกรมีการเลือกตั้งตัวแทนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด โดยเมื่อได้แผนในแต่ละพื้นที่ขึ้นมาก็จะส่งแผนไปยังสภาเกษตรกรจังหวัด(ซึ่งประกอบด้วยประธานและสมาชิกสภาฯ ที่ได้รับการเลือกตั้งในอำเภอต่างๆของจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆของจังหวัด) เป็นแผนพัฒนาเกษตรกรรมจังหวัด เมื่อได้แผนซึ่งเป็นความต้องการของเกษตรกรในจังหวัด ทางสภาเกษตรกรจังหวัดก็จะนำไปประสานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการจัดทำโครงการต่างๆสอดคล้องตามความต้องการของเกษตรกร  สภาเกษตรกรจังหวัดมีหน้าที่รวบรวมแผนของจังหวัดส่งไปยังสภาเกษตรกรแห่งชาติ (ประกอบด้วยประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และกรรมการสภาที่มาจากประธานสภาเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ)เพื่อนำมารวบรวมเป็นแผนแม่บทการพัฒนาการเกษตรของชาติ และเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำเข้าไปขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ สภาเกษตรแห่งชาติก็สามารถประสานและติดตามการดำเนินงานตามแผนของหน่วยราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งแผนที่กล่าวถึงนี้จัดได้ว่าเป็นแผนระยะยาว

       นอกจากนี้สภาเกษตรกรยังมีงบประมาณในการจัดให้เกษตรกรได้พบปะหารือกันในวาระต่างๆด้วย นับเป็นชานชาลาที่สำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆได้ร่วมกันให้ความเห็นต่อการพัฒนาการเกษตรตั้งแต่ระดับพื้นที่ย่อยๆ ไปจนถึงระดับประเทศ  นอกจากนี้ถ้าหากเกษตรกรมีปัญหา ทางตัวแทนของแต่ละพื้นที่ก็จะติดต่อไปยังสภาเกษตรกรระดับจังหวัด ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดก็จะเชิญประชุมสภา เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ด้วยการประสานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง

       ชานชาลาที่เกิดขึ้นคาดว่าจะเป็นโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ระดับต่างๆได้มีการสร้างกระบวนการคิดร่วมกันนำไปสู่การรวมตัวกันเพื่อนำผลผลิตไปสู่ตลาดโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เช่นชาวสวนปาล์มก็รวมตัวกันเป็นสหกรณ์ชาวสวนปาล์มเพื่อสร้างโรงงานเพื่อสกัดน้ำมันปาล์มเป็นของสหกรณ์เอง เป็นต้น สภาเกษตรกรถูกคาดหวังว่าสามารถรวมตัวกันให้เข้มแข็งนำไปสู่การทำบันทึกความเข้าใจกับแหล่งตลาดเพื่อตัดพ่อค้าคนกลางหรือทำความตกลงร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความร่วมมือกับเกษตรกรได้

       ผมได้รับฟังมาจากรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติท่านหนึ่งกล่าวว่าหากในพื้นที่ เช่นจังหวัดได้มีการพูดคุยตกลงร่วมกันและเขียนอยู่ในแผนว่าจะมีการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม โดยการกำหนดพื้นที่อย่างชัดเจน ก็ย่อมสามารถจะทำได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องไปรอกฎหมายของชาติ

       ถ้าดูผิวเผิน ดูเหมือนว่าสภาเกษตรกรแห่งชาติ น่าจะมีส่วนช่วยให้การพัฒนาด้านการเกษตรและเกษตรกรได้มากใช่ไหมครับและต่อไปเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยคงสามารถลืมตาอ้าปากได้เสียที แต่ตัวผมเองก็ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นสักเท่าไรครับ แค่บอกว่าแผนแม่บทพัฒนาการเกษตรฯที่เกิดขึ้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะสามารถนำไปปฏิบัติได้ แค่ดูองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี(ในทุกยุค ทุกสมัย) ส่วนใหญ่มักจะเป็นพ่อค้าในคราบของนักการเมืองแล้ว ก็สิ้นหวังแล้วละครับ ไม่ต้องดูอะไรมาก

       อย่าท้อนะครับเพื่อนเกษตรกรทั้งหลาย หากเรามีชานชาลาที่เป็นโอกาสให้เราได้พบกัน พูดคุยกันบ่อยๆ อาจทำให้ความหวังในเรื่องความเข้มแข็งของเกษตรกรเป็นจริงก็ได้ครับ

<><><><><><><><><><><><><><><><><>

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 เมษายน 2556 15:45 แก้ไข: 03 เมษายน 2556 15:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 pai, Ico24 คนธรรมดา, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
pai (Recent Activities)
04 April 2013 11:50
#86278

เชียร์ ครับ

ขอบคุณครับ ขอความเห็นหน่อยก็ดีครับ  เหงา 555

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.214.184.250
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ