เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL
อ่าน: 721
ความเห็น: 3

โครงการยุววิจัยเศรษฐกิจชุมชน (ตอนที่1)

        ผมว่าการสอนหนังสือสมัยนี้มันยากนะครับ บางคนคงแปลกใจว่า เอ๊ะ ! ทำไมสอนหนังสือมาก็นานแล้ว (คำว่า “สอนหนังสือ” ในที่นี้ไม่ได้เฉพาะการนำความรู้จากหนังสือมาสอนให้กับนักศึกษาเท่านั้นนะครับ แต่หมายถึงกระบวนการเรียนการสอนโดยทั่วไป)  แต่ทำไมจึงยังคิดว่าการสอนหนังสือมันยาก… ผมคิดเช่นนี้จริงๆครับ สมัยที่เพิ่งมาสอนหนังสือใหม่ๆ รู้สึกว่าสอนแล้วมีนักศึกษาสนใจมาก แต่พอระยะหลังรู้สึกว่าความสนใจของนักศึกษามีน้อยลงๆ ทั้งๆที่สอนวิชาที่มีลักษณะใกล้เคียงกับที่เคยสอนในอดีต  อาจเป็นเพราะว่าสมัยนี้มันเปลี่ยนไป ผู้เรียนอาจเรียนไปโดยยังหาเป้าหมายไม่เจอหรืออาจจะยังไม่สามารถเชื่อมโยงว่าจะนำวิชาที่เรียนไปใช้อย่างไรกับชีวิตจริงหลังจากจบการศึกษา(อันที่จริงก็เป็นหน้าที่ของอาจารย์ด้วยที่พยายามเชื่อมโยงให้เห็น แต่ก็ได้ทำจนสุดความสามารถแล้วนะ…จะบอกให้) เพราะการเรียนในแต่ละหลักสูตรช่วงหลังเมื่อจบไปแล้วมักจะไม่ได้ทำงานตามที่ได้ร่ำเรียนมาในหลักสูตรเหมือนกับสมัยก่อนก็ได้ หรืออาจมาจากสาเหตุอื่นๆ ฝากผู้รู้ทางด้านการศึกษาช่วยขยายความหน่อยนะครับ

       เมื่อรู้สึกเช่นนี้ก็พยายามปรับวิธีการสอนให้นักศึกษารู้สึกว่ามีความน่าสนใจมากขึ้นด้วยการใช้เทคนิคที่หลากหลายในแต่ละรายวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายวิชาบรรยายและเน้นทางด้านช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือสังคมมากกว่าการเอาประโยชน์เข้าตัวเองอย่างวิชาทางด้านหลักการพัฒนาการเกษตรแล้ว สอนยากมากที่จะให้เด็กสนใจและ “อิน” ไปกับเนื้อหาในรายวิชา แต่มาถึงตอนนี้แม้ว่าจะปรับเปลี่ยนวิธีการสอนอย่างไรรู้สึกว่ายังไม่พอใจกับตัวเองสักทีกับวิธีการที่ใช้อยู่ (คนเราไม่รู้จักพอ…เน๊าะ !)

       ผมว่าจะทดลองนำกระบวนการที่ผมเคยทำโครงการ “ยุววิจัยเศรษฐกิจชุมชน” กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญ มาใช้กับการเรียนการสอนในหลักสูตรของภาควิชาดู แต่รู้สึกว่าก็ทำได้ยากอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะถ้าจะปรับกระบวนการเรียนการสอนให้ได้ผล มันต้องปรับ “ทั้งระบบ” ไม่อย่างนั้นก็จะไปกระทบกับเวลาเรียน เวลาสอนของรายวิชาอื่นๆในหลักสูตร

       แล้วโครงการ “ยุววิจัยเศรษฐกิจชุมชน” ที่ผมทำเป็นอย่างไร ? เป็นอย่างนี้ครับ… ผมประกาศรับสมัครโรงเรียนต่างๆใน 5 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง คือ จังหวัดสงขลา สตูล ตรัง พัทลุง และ นครศรีธรรมราช มาเข้าร่วมโครงการ แต่ก่อนที่จะเข้าร่วมก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือตัวแทนผู้อำนวยการมาทำความเข้าใจและพูดคุยกันเกี่ยวกับแนวคิดของเศรษฐกิจชุมชนและการสนับสนุนของโครงการ เมื่อคิดว่าพอเข้าใจแล้วก็ให้โรงเรียนสมัครเข้ามาแล้วนำเสนอโครงการวิจัยโดยมีครูในโรงเรียนที่เกี่ยวข้องเป็นพี่เลี้ยงแต่ผู้ทำวิจัยคือนักเรียนจำนวน 3 ถึง 5 คน ต่อโครงการ ในช่วงของการนำเสนอเราก็ให้ข้อคิดเห็นเพื่อไปปรับปรุงโครงการ เด็กนักเรียนและครูก็นำโครงการไปปรับปรุงและมานำเสนออีกสองสามครั้ง เมื่อทางผมเห็นว่าพอไปได้ กล่าวคือพอจะเป็นการทำวิจัยที่เข้ากรอบของเศรษฐกิจชุมชนและพอจะมีเครื่องมือไปทำการเก็บรวบรวมข้อมูลได้ก็จะทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับโรงเรียนโดยมีท่านผู้อำนวยการเป็นผู้ลงนาม หลังจากนั้นนักเรียนโดยการให้คำปรึกษาของครูก็จะไปดำเนินการวิจัยในช่วง 6 เดือน  ในระหว่างนี้ผมก็เดินทางไปให้คำปรึกษาในเรื่องการทำวิจัยเป็นระยะๆ คณะทำงานเกาะติดประชิดผู้ร่วมโครงการ มีทั้งการนัดหมายมารวมกลุ่มใหญ่เกาะติดประชิดกลุ่มย่อยให้เห็นความชัดเจนของโครงการ-โจทย์วิจัย และคณะทำงานได้เข้าถึงแหล่งชุมชนของนักเรียนเพื่อพูดคุยชี้แนะด้านการดำเนินการ จนงานวิจัยเสร็จสิ้น เมื่องานวิจัยเสร็จทางผมก็ได้จัดเวทีให้เด็กนักเรียนมานำเสนอผลการวิจัย การนำเสนอผลการวิจัยนั้นทำสองวิธีการคือการนำเสนอด้วยปากเปล่าประกอบการใช้สื่อต่างๆ และการเสนอโดยการจัดทำเป็นโปสเตอร์ พร้อมทั้งมีการประกวดผลการวิจัยและโปสเตอร์ด้วย  อีกประการหนึ่งในการทำวิจัยของนักเรียนเราพยายามให้หัวข้อวิจัยของนักเรียนมีความสัมพันธ์กับการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นในช่วงของการพัฒนาโครงการวิจัยจึงได้มีการให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมด้วย

“การสนับสนุนโครงการนี้ของผมมีเป้าหมายเพื่อต้องการให้นักเรียนได้รู้จักเศรษฐกิจของชุมชนตัวเอง รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของตนเอง และเป็นการเรียนรู้ทางเศรษฐกิจผ่านการทำโครงงานวิจัย และถ้าเป็นไปได้ก็เป็นการนำผลการวิจัยใช้ประโยชน์กับชุมชนได้ก็จะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยหวังว่าเมื่อนักเรียนเข้าใจเศรษฐกิจของชุมชนตนเองแล้วต่อไปในอนาคตหากมีโอกาสในการศึกษาต่อหรือถ้าไม่มีโอกาสศึกษาต่อออกไปทำงานที่บ้าน ก็จะมองความเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจชุมชนตนเองกับสิ่งที่จะทำต่อไปได้ ไม่หลุดความคิดที่เกิดจากภายนอกกับความเป็นจริงของชุมชนมาก”

ดังนั้นหลังจากที่เด็กนักเรียนรวมทั้งครูเห็นปัญหาแบบเดียวกัน การปฏิบัติการหาข้อมูลในชุมชนตนเองจึงเกิดขึ้นด้วยห้องเรียนที่กว้างใหญ่ นั่นคือชุมชนของนักเรียนนั่นเอง นักเรียนมีการค้นหาข้อมูลทางเศรษฐกิจของชุมชนตนเอง เรียนรู้ทรัพยากรที่มีอยู่  ทุนด้านต่างๆของชุมชนมีอะไรบ้าง ทุนพื้นที่ ทุนชีวิต ธรรมชาติของชุมชน เห็นสิ่งที่ชุมชนมี เห็นสิ่งที่สามารถนำมาสร้างโอกาสให้กับชุมชน…

“แต่ผมก็คิดอยู่เสมอนะครับว่าสิ่งที่ทำนี้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งในการจัดการศึกษา ไม่สามารถไปแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาของประเทศได้เท่าไรเพราะปัญหาการศึกษาของประเทศได้รับการสั่งสมมาจนแก้ไขได้ยากแล้วนะครับในปัจจุบัน ถ้าเราไม่ร่วมกันแก้ไขทั้งองคาพยพ (ผมไม่อยากใช้คำว่า “ทั้งระบบ” อีกครั้งหนึ่ง เพราะรู้สึกว่าคำนี้จะใช้กันจนให้ความหมายไม่ค่อยได้แล้วในปัจจุบัน)”

เบื้องหลังที่ผมลงมือทำโครงการนี้ก็จากการมองสภาพเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบันเราพบว่าประเทศไทยมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ชุมชนชนบทพึ่งพาสังคมเมืองมากขึ้น สังคมเมืองพึ่งพาต่างประเทศมากขึ้น คนไทยมีหนี้สินมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่กันไป  เกิดวัตถุนิยม   คนไทยสามารถก้าวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกทุนนิยมได้แต่กลับไม่ค่อยรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้นจนนำไปสู่การพึ่งพาตนเองน้อยลง พึ่งพาภายนอกมากขึ้น  บางชุมชนภูมิปัญญาท้องถิ่นสูญหายหรือรื้อฟื้นกลับมาได้ไม่มากนัก  บางแห่งเกิดการแก่งแย่ง เอารัดเอาเปรียบ ขาดการช่วยเหลือเกื้อกูล หากชุมชนชาวไทยเป็นเช่นนี้..ความมั่นคง..คุณภาพชีวิตของคนไทย(ส่วนใหญ่)จะเป็นเช่นไร ผมมอง(และเหมือนกับที่หลายๆคนมอง)ว่า"เศรษฐกิจชุมชน" เป็นฐานรากของประเทศ เป็นรากฐานของเศรษฐกิจ ดังนั้นชุมชนจะต้องยืนอยู่ได้ด้วยขาของตนเองประเทศจึงจะอยู่ได้ คนในชุมชนตระหนักในคุณค่าของทุนที่ตนเองมี สามารถสามารถนำสิ่งดีดีที่เรียกกว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น กลับมาให้ให้เกิดประโยชน์ ความมั่นคงของชุมชน คุณภาพชีวิตของคนชุมชน จะกลับมาดีขึ้นอย่างแน่นอน

       อ้อ ลืมบอกไปครับว่าผู้อุปถัมภ์โครงการนี้ คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยครับ(สกว.) ผมทำโครงการนี้อยู่ 2 ปี เกิดโครงการวิจัยของเด็ก 58 โครงการ มีโรงเรียนทั้ง 5 จังหวัดที่กล่าวถึงเข้าร่วม ทางผู้ประสานงานของ สกว.ได้มาคุย ถามผมว่าจะต่อโครงการนี้อีกหรือไม่ (ผมมีความร่วมมืออย่างอื่นกับ สกว.อยู่ด้วย) บังเอิญว่าผมมีงานประจำที่ ม.อ. อยู่มากในช่วงนี้ก็เลยปฏิเสธไป ทั้งๆที่ในความจริงก็อยากจะทำต่อ แต่ก็เกรงใจตัวเอง ไม่อยากรับงานมากจนเกินไป ต้องขอขอบคุณทาง สกว. ด้วยนะครับที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา

       ที่แลกเปลี่ยนมาทั้งหมดก็เป็นภาพรวมของโครงการนี้ครับ หนักไปหรือเปล่าครับ?  ในตอนที่ 2 และตอนต่อไป จะหนักกว่านี้นะ ใครเข้ามาอ่านก็ระวังตัวไว้ ห้ามเครียด ผมจะเสนอเกี่ยวกับแนวคิดของเศรษฐกิจชุมชน และ ผลจากการทำโครงการนี้ต่อบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้อง อย่าลืมวิจารณ์มานะครับ ผมเป็นสมาชิกใหม่ ยังไม่รู้ว่าเนื้อหาที่ควรเอาเข้ามาใน share psu นี้ควรเป็นอย่างไร หนักนิด เบาหน่อยก็เตือนกันได้นะครับผม

ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการาวิเคราะห์ข้อมูลแก่ครูและนักเรียน

มอบรางวัลผลงานการวิจัย

ให้สัมภาษณ์นักข่าวเกี่ยวกับโครงการ

ครูที่ปรึกษาและนักเรียนเข้าร่วมเสนอผลงานวิจัย

ผู้อำนวยการโรงเรียนครูที่ปรึกษาและนักเรียนเข้าร่วมงานเสนอผลงานวิจัย

ครูและนักเรียนเข้าฟังการนำเสนอผลการวิจัย

นักเรียนเสนอผลการวิจัยภาคโปสเตอร์

:'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::'::':

โปรดติดตามตอนที่ 2..ที่นี่

สร้าง: 15 มกราคม 2556 10:37 แก้ไข: 08 กุมภาพันธ์ 2556 10:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมต้องขอบอกว่า บันทึกนี้เป็นบันทึกที่มีคุณค่าครับ ผมเองเพิ่งได้รู้ว่ามีการลงไปดูแลชุมชนในรูปแบบนี้ด้วย ซึ่งรู้สึกดีครับ

ในด้านการสอนผมเองรู้สึกเหมือนอาจารย์ว่าเด็กสมัยนี้สอนยาก ประมาณ 4 ปีมาแล้ว เทอมนี้ผมสอนนักศึกษา ป.โท รู้สึกว่าสอนง่ายกว่า เพราะน.ศ.ดูสนใจทำให้รู้สึกสนุกในการสอน และอยากสอนให้เขาเข้าใจให้มากที่สุด เทอมที่แล้วสอนปี 4 รู้สึกแย่เพราะงัดทุกวิทยายุทธ์มาสอนแล้ว น.ศ.ดูเหมือนไม่สนใจเรียนเลย คงอยากแค่สอบผ่านอย่างเดียว

Ico48
Chutima [IP: 192.168.37.31]
15 มกราคม 2556 15:26
#83336

เป็นความสนุกอีกแบบ เป็นการทดสอบความสามารถของอาจารย์ และทำให้สมองต้องใช้งานตลอดเวลา ก็ดีเหมือนกันนะคะ ตอนนี้ก็ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนแล้วเหมือนกัน ไม่เน้นการสอบแต่ต้องการให้เค้าเห็นคุณค่า สนุกดี พอนักศึกษาตั้งใจขึ้นก็มีกำลังใจเล็ก ๆ ทำได้สัก 60% ก็พอใจแล้วคะ

ขอยกนิ้วให้เลยครับ ท่านอาจารย์ สุดยอดครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.87.88.52
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ