นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 12029
ความเห็น: 8

ไปดูการปลูกพืชร่วมยาง (ตอนที่ 1)

การทำเกษตรโดยการปลูกพืชหลายอย่างที่กินได้

มื่อวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2556 ผมกับคุณวิโชติ จงรุ่งโรจน์ มีโอกาสไปเยี่ยมชมการปลูกพืชร่วมยางของเกษตรกรท่านหนึ่งที่บ้านเกาะใหญ่ ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา   ชื่อคุณโกญจนาถ  รจนาสุวรรณ ที่บ้านเกาะใหญ่ ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เป็นสิ่งที่น่าสนใจ จึงนำมาเขียนเล่าให้ท่านสมาชิกครับ

    ก่อนอื่นขอให้นิยามสักนิดนะครับ คำว่า “พืชร่วมยาง” ในที่นี้ หมายถึง พืชยืนต้นมีอายุยาวกว่า 7 ปี ที่สามารถขึ้นควบคู่ไปกับยางพาราตลอดช่วงอายุของยางพารา อาจจะเริ่มปลูกพร้อมกับการปลูกยางพาราปลูกหรือขึ้นอยู่ตามธรรมชาติก่อนการปลูกยางพารา(คือมีการปลูกหรือเก็บรักษาพืชยืนต้นตามธรรมชาติในช่วงเวลาหนึ่งแล้วปลูกยางพาราตามมา) หรือปลูกในช่วงที่สามารถเก็บเกี่ยวน้ำยางจากต้นยางพาราได้แล้ว เรากำหนดช่วงอายุของพืชให้ยาวกว่า 7 ปี เพราะโดยปรกติเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวน้ำยาง(หรือที่เรียกว่า “กรีดยาง”) ตอนยางอายุประมาณ 7 ปี ดังนั้น พืชร่วมยางในที่นี้จึงไม่ได้นับรวมถึงพืชที่สามารถปลูกร่วมกับยางพาราได้ในช่วงก่อนยางให้ผลผลิต เช่น ข้าวไร่ สับปะรด ข้าวโพด หรือ “พืชล้มลุก”อื่นๆ

       ตอนที่ไปดูสวนวันนั้น คุณโกญจนาถ  เสร็จจากการกรีดยางและเก็บน้ำยางพอดี (เวลาประมาณ 10 โมงเช้า) มีสมาชิกร่วมกันทำงานในสวนยาง 3 คน ซึ่งเดิมมีการทำกันเพียง 2 คน คือคุณโกญจนาท และภรรยา แต่เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาลูกชายซึ่งเคยไปทำงานเกี่ยวกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทต่างๆได้กลับมาช่วยงานที่บ้านด้วยและเริ่มตัดสินใจนำวิธีการเจาะยางมาใช้เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งก็ได้น้ำยางมากพอสมควร คือได้ทดลองเก็บข้อมูลของยางจำนวน 75 ต้นพบว่าได้เนื้อยางแห้งประมาณ 15 กิโลกรัม ราคาในปัจจุบันกิโลกรัมละ 80 บาท อย่างไรก็ตามคุณโกญจนาถ บอกว่าอาจจะเลิกทำการเก็บเกี่ยวน้ำยางโดยวิธีการเจาะต้นยางเนื่องจากต้องออกแรงมากกว่าการเก็บเกี่ยวปกติปกติมีผลต่อร่างกายมากจึงจะเปลี่ยนมาเป็นการใช้สารเร่งทาหน้ายางแทนโดยลงมากรีดหน้ายางต่ำปกติ เพราะเปลือกยางสามารถครอบคลุมหน้ายางเดิมที่โดนกรีดไปแล้ว และยังคงได้น้ำยางเป็นที่น่าพอใจ

     สวนยางสวนนี้สภาพดินค่อนข้างจะเป็นดินทรายจัด ก่อนที่จะมาปลูกยางเป็นสวนมะพร้าวมาก่อนประมาณ 15 ปี เดิมมีพื้นที่ 5 ไร่กว่าๆ ถูกเวนคืนบางส่วนจนในปัจจุบันเหลือพื้นที่ 4.5 ไร่ ในปี 2527 คุณโกญจนาถเปลี่ยนมาปลูกยางพาราพันธุ์ RRIM 600 แต่ไม่ได้ขอทุนจาก สกย. นะครับ เพราะไม่ได้มียางพารามาก่อนหน้านี้ ปลูกยางระยะระหว่างต้น 3 เมตร ระหว่างแถว 5 เมตร ด้วยการปลูกต้นตอยางพันธุ์พื้นเมืองในแปลงก่อน เมื่อยางต้นตอมีใบ 2 ใบจึงนำตายาง RRIM 600 มาติด แต่ปัจจุบันเหลือต้นยางไร่ละประมาณ 80 ต้น ในระยะแรกๆตอนยางยังเล็กอยู่ก็มีการใส่ปุ๋ยเคมีตามที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนดแต่ในช่วงหลังๆก่อนที่สามารถเปิดกรีดยางได้ก็ไม่ค่อยได้ใส่ปุ๋ยเคมีตามกำหนดเพราะว่าไม่ได้รับทุนจาก สกย. ในปัจจุบันได้ผลผลิตคิดเป็นเนื้อยางแห้งของทั้ง 4.5 ไร่ (ในช่วงที่ยังไม่ใช้ระบบการเจาะยาง)ได้เฉลี่ย 13.5 กิโลกรัม ในการกรีดยางได้ 8 เดือนต่อปี ระหว่างเดือนมกราคม ถึง มีนาคม และ ระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึง ตุลาคม รวมทั้งสิ้นกรีดได้ประมาณ 180 วันต่อปี

   หลังจากปลูกยางได้ 15 ปี คือในปี 2542 ก็เริ่มนำไผ่มาปลูกร่วมกับยาง เนื่องจากสังเกตเห็นว่ายางพาราที่อยู่ใกล้กับกอไผ่มีน้ำยางออกมากกว่าที่ไม่มีกอไผ่ โดยเริ่มปลูกไผ่หวานสีทอง จำนวน 22 กอก่อน (ได้จากการขอกอไผ่จากเพื่อนบ้าน 2 กอมาขยาย) แล้วปลูกไผ่ตงดำ และไผ่ตงหนูเพิ่มเข้าไปแต่ไผ่สองชนิดหลังก็เสียหายหมด ในปีที่สองจึงแยกกอไผ่หวานสีทองมาปลูกจนเต็มพื้นที่ โดยการปลูกระหว่างแถวของยางพาราห่างกันกอละ 3 เมตร วัตถุประสงค์ในการปลูกไผ่ตอนแรกก็คาดว่าจะทำรายได้จากการขายหน่อและขายลำไผ่ตามสมควร แต่ไปๆมาๆก็ไม่ได้ทำกิจการขายหน่อไม้ไผ่อย่างจริงๆจังๆจะเป็นการแจกเพื่อนบ้านและญาติๆเสียมากกว่าหรือนำไปให้ในงานบุญหรืองานต่างๆของชุมชน ซึ่งการปลูกไผ่สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวหน่อได้เมื่อไผ่อายุสองปีครึ่ง แต่ในระยะหลังเมื่อเป็นที่รู้จักและคนมีความนิยมในการปลูกไผ่มากขึ้นรายได้หลักๆจากไผ่จึงเกิดจากการตอนกิ่งและแยกหน่อไผ่ขายเสียมากกว่า เริ่มขายกิ่งตอนและหน่อไผ่สำหรับปลูกจริงจังเมื่อ 3 ปีมานี้เอง ปี 2554 ขายได้ประมาณ 70,000 บาท ปี 2555 ขายได้ประมาณ 40,000 โดยขายถุงละ 100 บาท  หน่อไม้มีให้เก็บเกี่ยวได้ในเดือนมกราคม ถึงปลายตุลาคม ส่วนช่วงที่ฝนชุกคือเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมไม่มีหน่อไม้ ปัจจัยการผลิตในแปลงที่ปลูกไผ่ร่วมยางเช่นปุ๋ยส่วนใหญ่มีการใช้เป็นปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใส่ปุ๋ยเคมีนานๆจะใส่สักครั้งหนึ่ง ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้น้ำหมักชีวภาพที่สกัดจากเศษปลาสดมาใส่ในแปลงนี้ด้วย ในการทำน้ำสกัดชีวภาพได้รับสนับสนุนหัวเชื้อ พ.ด. 6 และถังหมักจากกรมพัฒนาที่ดิน ส่วนเศษปลาได้เปล่าจากตลาดสดใกล้ชุมชน สำหรับปุ๋ยยางพารามีการใส่ทุกปีๆละ 1 ครั้ง ประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อต้น ใช้ปุ๋ยตราหัววัวคันไถหรือปุ๋ยตราเรือใบ กระสอบ(50 กิโลกรัม) ละ 900 บาท คุณโกญจนาถ กล่าาว่าในการซื้อปุ๋ยนั้นบางครั้งก็เสี่ยงที่จะเจอปุ๋ยปลอมเช่นกัน เจ้าหน้าที่เกษตรที่รู้จักกันบอกว่าถ้าซื้อครั้งแรกกับเจ้าใดมักจะได้ปุ๋ยแท้ แต่เมื่อซื้อกับเจ้าเดิมในปีต่อไปบางครั้งจะได้ปุ๋ยปลอม ดังนั้นบางคนจึงเลี่ยงซื้อกับเจ้าใหม่ตลอด

คุณโกญจนาถ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า การปลูกไผ่ร่วมในสวนยางส่งผลทางบวกหลายประการ เช่น ไม่ทำให้หน้ายางแห้ง ปริมาณน้ำยางออกมากกว่าการปลูกยางเชิงเดี่ยวประมาณร้อยละ 30 ซึ่งจากการสังเกตพบว่า ถ้าปลูกร่วมกับยางพาราพันธุ์ RRIM 600 จะได้ผลผลิตเพิ่มมากกว่าพันธุ์ 235,255  นอกจากนี้ใบไผ่จะเป็นปุ๋ยในตัว ดินจะมีความสมบูรณ์สังเกตจากทำให้ไส้เดือนมีมาก เป็นการเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ จากการสังเกตเห็นว่าในช่วงที่มีลมแรงต้นยางในแปลงนี้ไม่ล้มเป็นเพราะต้นยางสามารถยึดดินดีดีขึ้นจากการช่วยยึดเหนี่ยวของรากต้นไผ่ในขณะที่แปลงข้างเคียงต้นยางล้มมาก ผลในทางลบอาจมีบ้างเช่นจะต้องใช้เวลาในการตกแต่งกิ่ง-กอไผ่เพื่อป้องกันงูและการกีดขวางในการกรีดยาง แต่เขาบอกว่าก็ไม่ทำให้เสียเวลามากโดยเดือนหนึ่งๆใช้เวลาทำงานสำหรับไผ่เดือนละประมาณ 15 วันๆละอย่างมาก 1 ชั่วโมง นอกจากนี้บางช่วงที่มีฝนตกมากความชื้นบริเวณหน้ายางจะแห้งช้ากว่าสวนอื่นๆที่ปลูกยางเชิงเดี่ยวทำให้โอกาสได้ผลผลิตลดลงประมาณร้อยละ 1-2 แต่เมื่อเทียบกับผลผลิตที่ได้เพิ่มผลได้จะมีมากกว่า

เขาบอกว่าในช่วง 15 ปีหลังจากนี้จะยังไม่โค่นต้นยางก่อน(แม้ว่ายางพาราจะมีอายุถึง 27 ปีแล้ว)เพราะยางยังคงให้ผลผลิตดีสามารถกรีดยางในบริเวณที่หน้ายางงอกกลับคืนขึ้นมาอีกนานแม้ว่าสภาพของหน้ายางในปัจจุบันไม่ค่อยสวยนักเนื่องจากตัวเองและครอบครัวไม่ค่อยมีความชำนาญในการกรีดยางในช่วงรอบแรกของการกรีดยาง

  1. ไม่ควรใส่ปุ๋ยให้กับไผ่ในช่วงที่ไผ่ยังอายุน้อยกว่า 2 ปี เพราะรากยางพาราจะไปหาปุ๋ยที่กอไผ่แล้วจะไปหุ้มโคนไผ่ทำให้ไผ่แคระแกร็น และแม้ว่าไผ่โตขึ้นก็ไม่ควรใส่ปุ๋ยให้กับไผ่โดยตรง เพราะรากของต้นยางจะมาแย่งอาหารจากไผ่ทำให้ไผ่ไม่เจริญเติบโต ความรู้นี้เป็นความรู้ที่สำคัญเหมือนกับเป็นเคล็ดลับก็ว่าได้ มีเกษตรกรจากที่อื่นมาดูที่สวนนี้แค่ประสงค์จะรู้ว่าการปลูกไผ่ร่วมยางสามารถทำได้อย่างไร เมื่อทราบเคล็ดลับนี้ก็กลับไปด้วยความพอใจทุกคน
  2. ไม่ควรปลูกไผ่พร้อมกับยางพาราควรรอให้ยางโตก่อนอย่างน้อย ประมาณ 5 ปี เพราะถ้าไม่อย่างนั้นไผ่จะโตเร็วกว่ายางและจะไปข่มต้นยาง (ซึ่งต่างกับการปลูกไม้ใช้สอยเช่นตะเคียนทอง สะเดาช้าง สามารถปลูกพร้อมกับยางได้ยกเว้นกระถินณรงค์ เพราะเป็นไม้ใช้สอยที่โตเร็ว )
  3. สำหรับพันธุ์ไผ่ พบว่าไผ่ที่มีเป้าหมายในการปลูกเพื่อกินหน่อไผ่หวานสีทองสามารถขึ้นได้ดีที่สุดในสวนยาง ส่วนที่ต้องการไม้ไผ่จะเป็นพันธุ์ตงดำถึงจะเหมาะในการปลูกร่วมยาง

ก่อนกลับคุณโกญจนาถ ได้ให้ข้อคิดของ “เกษตรยั่งยืน” ตามความหมายของเขาว่า “เป็นการทำเกษตรโดยการปลูกพืชหลายอย่างที่กินได้ ทำสวนให้เหมือนศูนย์การค้า ใช้พื้นที่สัก หนึ่งใน 5 ขุดบ่อเพื่อเลี้ยงปลาหลากหลายชนิดเพื่อเป็นอาหารและใช้แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในสิ่งที่กินได้…”  ว่าแล้วก็มอบต้นคาวตอง (Houttuynia cordata Thunb. วงศ์ Sauraraceae )  โสมไทย ( Talinum paniculatum Gaertn. อยู่ในวงศ์ Portulacaceae ) และ จิงจูฉ่ายหรือฝรั่งเรียกว่า celery (น่าจะมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L.) ซึ่งอยู่ที่บริเวณเพาะชำกล้าพืชข้างบ้านให้กับผู้เขียนด้วย สรรพคุณของพืชทั้งสามเป็นอย่างไรไปศึกษากันเอาเองนะครับ…ขอขอบคุณคุณโกญจนาถในโอกาสด้วยครับ

รออ่านตอนที่ 2 ต่อไปครับ

;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 10 มกราคม 2556 09:48 แก้ไข: 08 กุมภาพันธ์ 2556 10:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Monly, และ 12 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นบันทึกเชิงวิชาการที่ทุกคนอ่านได้ อ่านง่าย เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริงครับ

^_^

เราเอง

Ico48
บัญชา [IP: 192.168.39.52]
10 มกราคม 2556 16:07
#83157

เป็นข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์ครับ

ผมต้องกลับมา อ่าน อย่างตั้งใจอีกครั้ง ชอบใจ จัง อาจารย์

เหมือนว่า เรียนรู้ และเก็บข้อมูล วิจัย แบบว่าไม่ไดซุกไว้ใต้พรม นะ อาจารย์

Ico48
ลุงเอก [IP: 110.77.154.156]
05 กุมภาพันธ์ 2556 10:00
#83937

กำลังตั้งใจจะปลูกอยู่พอดีครับ

1.กำลังจะเริ่มปลูกพร้อมๆ กัน ระหว่างยาง ไผ่ และตะเคียนทอง

2.ปลูกไปแล้วระหว่างปาล์ม กับตะเคียนทอง (ปาล์มอายุ 18 เดือน ส่วนตะเคียนค่อยๆ ทะยอยลง) และกำลังจะลงไผ่ ไม่ทราบจะได้หรือไม่

ขอความรู้และข้อคิดเห็น ทั้ง 2 ข้อ ด้วยครับ อ้อลืมบอกไปว่าเป็นพื้นที่นาครับ ถ้าสามารถตอบทางเมล์ได้จะขอบพระคุณมากครับ

Ico48
ธนากร สุวรรณชาตรี [IP: 110.78.164.18]
26 กรกฎาคม 2557 10:58
#99300

ถ้าต้นยางประมาน 7 ปีปลูกไม้ไผ่ในร่องยางใด้หรือเปล่าคับ

Ico48
ชินวัตร เอี้ยวฉาย [IP: 118.173.102.30]
04 พฤษภาคม 2558 14:03
#102936

ไผ่หวานสีทองชื่อจริงๆคือพันธุ์อะไรครับ ค้นหาชื่อท้องถิ่นมันไม่เจอพันธ์นี้เลยอาจมีหลายชื่อ

Ico48
นายเอกพงศ์ น้อยสร้าง [IP: 110.169.234.106]
12 มกราคม 2559 09:53
#104424

ผมเป็คนหนึ่งที่สนใจเรื่อง การปลูกไผ่ในสวนยางพารา ครับ ปัจจุบันนี้ ไผ่มีคุณค่าในการปรับปรุงดินมาก เพราะตัวเองได้ทดลองนำไผ่มาบด ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับการปลูกพืช ในภาคอีสานได้ผลดีมาก ครับ ในฐานะศิษย์เก่า พัฒนาการเกษตร ภาคสมทบ รุ่น ๑ ครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.204.251
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ