เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL
อ่าน: 3699
ความเห็น: 0

การปลูกกาแฟในสวนยางพารา

การปลูกกาแฟในสวนยางพาราในภาคใต้ และหากสามารถปลูกร่วมกันได้ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวสวนยางพาราอีกทางหนึ่ง

จากการเดินทางดูงานการปลูกกาแฟในสวนยางที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พบว่า กาแฟเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีในสวนยางพารา (http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/26440)

จากการค้นคว้าข้อมูล พบว่า ในช่วงปี 2550-2555 โลกมีความต้องการกาแฟ ปีละ 7-8 ล้านตัน ประเทศที่ความต้องการคือ สหภาพยุโรป และอเมริกา ส่วนบราซิลถึงมีความต้องการมาก แต่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก

       

ในด้านปริมาณการผลิต นั้น มีปริมาณใกล้เคียงกับความต้องการ ซึ่งสังเกตดู ความต้องการน่าจะขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิต เนื่องจากกาแฟเป็นพืชที่สามารถเก็บผลผลิตสำรองไว้ได้ และเป็นสินค้าที่มีการใช้ทุกวัน ทำให้ความต้องการไม่ได้สะท้อนเป็นรายปีโดยตรง

ที่น่าสังเกตในภาคการผลิต คือ ประเทศเวียตนามเป็นผู้ผลิตรายใหญในภูมิภาคเอเซีย และมีปริมาณการผลิตประมาณปีละ 1-1.24 ล้านตัน รวมถึงประเทศอินโดนีเซีย มีปริมาณการผลิตปีละ 5-6 แสนตัน ทั้งสองประเทศอยู่อาเซียนและเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูงกว่าภาคใต้ของประเทศไทย จึงเป็นไปได้ที่ภาคใต้ของไทยสามารถเพิ่มการผลิตได้ นอกจากที่ปัจจุบันมีการปลูกกันมากในจังหวัดชุมพร กระบี่

ซึ่งการไปดูการปลูกกาแฟในสวนยางพาราทางภาคเหนือที่พบว่า กาแฟสามารถในสวนยางได้ดี ทั้งสภาพต้นและผลผลิต

 จึงเป็นความท้าทายในการศึกษาทดสอบการปลูกกาแฟในสวนยางพาราในภาคใต้ และหากสามารถปลูกร่วมกันได้ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวสวนยางพาราอีกทางหนึ่ง และกาแฟเป็นสินค้าที่มีราคาที่ดี มีความนิยมกว้างขวาง

สำหรับด้านการตลาดไม่น่าจะมีปัญหา เท่าที่ทราบ คนจีนรุ่นใหม่เริ่มนิยมมาดื่มกาแฟกันมากขึ้น ที่แต่เดิมคนรุ่นเก่าจะดื่มแต่ชาจีน

ความคิดในการพัฒนาการผลิตกาแฟในภาคใต้ ได้มีมานาน 4-5 ปี ตั้งแต่ให้ร้านกาแฟดอยช้างมาเปิดที่ตลาดนัดเกษตร ของคณะทรัพยากรธรรมชาติ ม.อ. และได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาดูงานการผลิตกาแฟดอยช้างที่จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้เพื่อที่คณะจะทำการศึกษาเพื่อพัฒนาการผลิตกาแฟในภาคใต้ ให้มีคุณภาพที่ดี รวมทั้งได้เริ่มนำกาแฟมาปลูกที่สถานีวิจัยเทพา จนเริ่มเก็บเกี่ยวได้ แต่ยังไม่ได้ทดลองปลูกในสวนยางพารา

จากการไปดูงานที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ที่เห็นชัดเจนว่า การแฟสามารถปลูกในสวนยางพาราได้อย่างดี  

ความสามารถของไทยสามารถผลิตการแฟให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกได้ อีกทั้งมีข้อมูลการผลิตการแฟในเวียตนาม และในอินโดนีเซีย จึงมั่นใจว่า จะสามารถขยายการปลูกกาแฟในสวนยางพารา ในภาคใต้ได้

คือ ความท้าทายอีกด้านของคณะทรัพยากรธรรมชาติ ที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2556 นี้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และกาแฟดอยช้าง ที่จะร่วมกันดำเนินการกันต่อไป

ขอบคุณพันธมิตรที่ให้ความอนุเคราะห์การเยี่ยมชม และความร่วมมือที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

อีกข้อมูลในด้านมูลค่าการค้ากาแฟโลก พบว่า มูลค่าการค้ากาแฟ เป็นอันดับ 2 รองจากน้ำมันดิบของโลก ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทย และยังได้รับทราบจากผู้เชียวชาญด้ากาแฟว่ากาแฟไทยมีคุณภาพดีกว่ากาแฟเวียตนามอีกด้วย

จึงบันทึกไว้เป็นจุดเริ่มของประวัติศาสตร์อีกหน้า ของคณะทรัพยากรธรรมชาติ

 

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 07 มกราคม 2556 18:03 แก้ไข: 07 มกราคม 2556 18:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 PalmMy, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.90.225.35
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ