นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

กุลชนาฐ
Ico64
กุลชนาฐ ประเสริฐสิทธิ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
วิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 2726
ความเห็น: 6

อย่ากินทิ้งกินขว้าง

สั่งอาหารเท่าที่พวกคุณจะสามารถกินได้หมด เงินทองอาจจะเป็นของคุณ แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติส่วนรวมมีคนอีกจำนวนมากในโลกนี้ ที่ยังขาดแคลนทรัพยากร พวกคุณไม่มีเหตุผล ที่จะใช้ทรัพยากรอย่างทิ้งๆขว้างๆ

ได้รับข้อความหนึ่งมาเกี่ยวกับการขอให้อย่ากินทิ้งกินขว้าง อ่านแล้วก็รู้สึกว่าต้องแบ่งปันให้ผู้ที่ชอบกินทิ้งกินขว้าง โดยเฉพาะผู้ที่ชอบสั่งอาหารมากเกินไป หรือสั่งมาแล้วเลือกกิน (เช่นสั่ง pizza แต่เลือกกินเฉพาะหน้า เพราะไม่อยากกินแป้งมาก.. เพราะกลัวอ้วน)

"เยอรมันเป็นประเทศซึ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไปไกลแล้ว ประเทศนี้ เป็นผู้ผลิตสินค้าชั้นนำอย่างเช่น เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีเมนส์ เป็นต้น ปั๊มพ์ที่ใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ผลิตขึ้นในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งของประเทศนี้  ในประเทศซึ่งมีการพัฒนาไปไกลเช่นนี้ คนส่วนใหญ่คงคิดว่า ประชาชนชาวเยอรมันจะใช้ชีวิตที่หรูหรา อย่างน้อย นั่นเป็นความรู้สึกของผมก่อนเดินทางไปศึกษาดูงานที่นั่น

เมื่อผมเดินทางถึงแฮมเบิร์ก เพื่อนร่วมชาติซึ่งทำงานอยู่ที่นั่นจัดให้มีการเลี้ยงต้อนรับผมที่ภัตตาคาร ขณะที่เราเดินเข้าไปในภัตตาคาร เราพบว่าโต๊ะจำนวนมากว่างอยู่ มีโต๊ะหนึ่งมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่ บนโต๊ะของทั้งคู่ มีอาหารอยู่เพียงสองจาน และเบียร์อีกสองกระป๋อง ผมคิดสงสัยอยู่ในใจ ว่าอาหารมื้อง่ายๆอย่างนี้ จะทำให้เกิดบรรยากาศโรแมนติคขึ้นได้อย่างไร และสาวน้อยคนนี้ คงจะเลิกคบกับไอ้หนุ่มขี้เหนียวคนนั้นหรือไม่ ?

 มีหญิงสาวสูงอายุอีกสองสามคนนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อคนเสิร์ฟนำอาหารมาบริการ เขาจะทำการแบ่งอาหารให้กับหญิงสาวเหล่านั้น และ ทุกคนจะกินอาหารจนหมดสิ้น ไม่มีเศษเหลืออยู่บนจานให้เห็น

พวกเราไม่ได้ให้ความสนใจกับหญิงสาวเหล่านั้นมากนัก เพราะเรากำลังนั่งรออาหารซึ่งได้สั่งไปแล้ว เพื่อนคนนั้น สั่งอาหารไว้หลายจาน เพราะเราต่างกำลังหิว

อาหารเสิร์ฟออกมาได้เร็ว คงเป็นเพราะภัตตาคารมีแขกน้อย เราใช้เวลาในการกินอาหารเย็นมื้อนั้นไม่นาน ทั้งนี้เพราะเรายังมีกิจกรรมอื่นรออยู่ ขณะที่เราลุกออกจากโต๊ะ ยังมีอาหารซึ่งกินไม่หมดเหลืออยู่อีกราวหนึ่งในสามส่วน

 ขณะที่พวกเรากำลังเดินออกจากภัตาคาร เราได้ยินเสียงใครเรียกพวกเราอยู่ เราสังเกตุเห็นว่า หญิงสาวสูงอายุกำลังพูดกับเจ้าของภัตาคารเกี่ยวกับพวกเรา เมื่อพวกเขาเริ่มพูดกับเราเป็นภาษาอังกฤษ เราจึงเข้าใจว่า พวกเขาต่างไม่พอใจที่พวกเราทิ้งอาหารไว้มากเช่นนั้น เรารู้สึกในทันทีว่า พวกเขา เข้ามายุ่มย่ามเกินกว่าเหตุ

 “ พวกเราจ่ายค่าอาหารแล้ว มันไม่ใช่ธุระของพวกคุณ ว่าเรากินอาหารไม่หมดแล้วเหลืออยู่เท่าไร ” เพื่อนของเราคนหนึ่งชื่อ กุย ( Gui) บอกกับหญิงสูงอายุเหล่านั้น

  หญิงสาวเหล่านั้นรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที คนหนึ่งในนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วต่อสายเพื่อพูดกับใครบางคน ไม่นานหลังจากนั้น ชายในชุดยูนิฟอร์มก็มาถึง โดยแสดงตัวว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่จากองค์การสวัสดิการสังคม ( Social Security organization) ภายหลังจากฟังความจนเข้าใจว่า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เขาก็สั่งปรับพวกเราเป็นเงิน 50 มาร์ค พวกเราทุกคนต่างเงียบกริบ เพื่อนซึ่งอยู่ในเมืองนี้หยิบเงิน 50 มาร์คส่งให้ไป พร้อมกับกล่าวขอโทษขอโพยต่อเจ้าหน้าที่หลายครั้ง.

  เจ้าหน้าที่ผู้นั้นกล่าวกับเรา ด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดว่า “ สั่งอาหารเท่าที่พวกคุณจะสามารถกินได้หมด เงินทองอาจจะเป็นของคุณ แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติส่วนรวมมีคนอีกจำนวนมากในโลกนี้ ที่ยังขาดแคลนทรัพยากร พวกคุณไม่มีเหตุผล ที่จะใช้ทรัพยากรอย่างทิ้งๆขว้างๆ ”

สีหน้าพวกเราเปลี่ยนเป็นสีแดง พวกเราเห็นด้วยกับคำพูดของเขาหมดทั้งหัวใจ ทัศนคติของผู้คนในประเทศร่ำรวยแห่งนี้ทำให้พวกเรารู้สึกละอาย เราต้องทบทวนพิจารณาตัวเองกันจริงๆในประเด็นนี้ พวกเรามาจากประเทศซึ่งมีทรัพยากรไม่อุดมสมบูรณ์นัก  เพื่อรักษาหน้าตาตัวเอง เราจึงสั่งอาหารมามากๆ และพวกเรามักสั่งกันจนเหลือในยามที่เลี้ยงผู้อื่น บทเรียนนี้ สอนเราให้คิดอย่างจริงจังเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนนิสัยไม่ดีเหล่านี้เสีย

 เพื่อนของผมถ่ายสำเนาใบเสร็จค่าปรับนั้น และมอบให้กับพวกเราแต่ละคน ทุกคน พวกเราทุกคนรับเก็บไว้ และแปะไว้ข้างฝา เพื่อเตือนใจเราว่า เราจะต้องไม่ทำตัวเป็นคนสิ้นเปลืองอีกอย่างเด็ดขาด "

เมื่ออ่านจบแล้วก็นึกตนเอง และคนที่บ้าน ซึ่งก็ต้องปลูกฝังลูกๆ ทั้งสอง ให้กินอาหารให้หมดร่วมกับที่เขาถูกฝังจากโรงเรียน (เห็นเด็กๆ ท่องกลอนเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้หมดจาน) โดยการแสดงตนเป็นตัวอย่าง ตักน้อยๆ หมดแล้วค่อยเติม ดีกว่าเหลือในจานเป็นขยะ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 มกราคม 2555 09:19 แก้ไข: 19 มกราคม 2555 09:23 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Bravo1, และ 11 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
gv [IP: 192.168.53.182]
19 มกราคม 2555 11:09
#73847

เงินทองอาจจะเป็นของคุณ แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติส่วนรวมมีคนอีกจำนวนมากในโลกนี้ ที่ยังขาดแคลนทรัพยากร พวกคุณไม่มีเหตุผล ที่จะใช้ทรัพยากรอย่างทิ้งๆขว้างๆ ”

โดน...

เรื่องแบบนี้พวกเราต้องได้รับการมีทัศนคติที่ถูกต้องกันบ้าง

ผมก็เคยได้รับจากนักเรียนชาวฝรั่งเศสรุ่นน้องเหมือนกัน ที่สอนให้รู้จักใชัพลังงานอย่างประหยัด

เห็นด้วยค่ะที่จะต้องร่วมด้วยช่วยกันปลุกฝังเด็ก ๆ รวมทั้งผู้ใหญ่  
"สั่งอาหารเท่าที่พวกคุณจะสามารถกินได้หมด"
หรือตักอาหารเท่าที่ทานหมด 
พบเห็นอยู่บ่อยครั้งกรณีทานบุฟเฟ่ต์  ตักอาหารเกินพอดี จนทานไม่หมดแล้ว...เสียดาย  เพราะมีคนอื่นที่ยังไม่ได้ทานก็มี

Ico48
0000 [IP: 172.31.80.238]
20 มกราคม 2555 09:18
#73896

เคยเจอเหมือนกันค่ะ เคสเดียวกับที่ยกตัวอย่างพิซซ่าเลยค่ะ กินแต่หน้าไม่กินแป้งหรืออาจจะเป็นเพราะว่ากินฟรีด้วยรึเปล่าไม่รู้ ถ้าจ่ายตังเองคงจะเสียดายกินให้หมด

Ico48
ลัดดา โครเนาเออร์ [IP: 182.53.50.178]
24 กันยายน 2555 12:14
#80706

ประทับใจเมื่ออา่นบทความ อยากได้ข้อคิด เรื่องการกินแบบประหยัดอีก เป็นคำคม หรือคำกลอน สอนใจคนกินอาหารไม่หมดจาน

เพราะกำลังจะเปิด ร้านอาหารแบบุปเฟค่ะ จาก ล้ดดา โครเนาเออร์

เป็นบทพิจารณาอาหารที่มีคุณค่ามากค่ะ กินอย่างมีสติพร้อมเห็นคุณค่าของอาหารและกระบวนการกว่าจะได้มา

กินเท่าที่ร่างกายจำเป็น อิ่มสบาย มีกำลังก็พอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล พบรูปธรรมชัด เริ่มที่ตัวเราเอง ขอบคุณ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.71.23
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ