นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

8332
Ico64
นาย จักสิทธิ์ โอฬาริกชาติ
นักวิชาการศึกษา
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2731
ความเห็น: 2

อาการบาดเจ็บจากการใช้คอมพิวเตอร์

ปีที่ผ่านมานี้รู้สึกว่าตัวเองจะมีอาการปวดหลังบ่อยๆ บริเวณที่ปวดคือช่วงระหว่างช่วงต้นคอกับหัวไหล่ด้านขวา สาเหตุคือถือเมาส์ไว้ตลอดวัน เพราะแต่ละวันใช้คอมพิวเตอร์แทบตลอดเวลา รู้ทั้งรู้ก็ยังฝืนใช้ต่อไป ไม่รู้วันไหนร่างกายมันทนไม่ไหวประท้วงด้วยการเจ็บป่วยขึ้นมาคงจะเศร้าน่าดู ช่วงหลังๆถ้าไม่ลืมพอใช้คอมพิวเตอร์ไปสักพักต้องลุกยืนเพื่อยืดเส้นยืดสายบ้าง ปัญหาคือพออยู่กับคอมพิวเตอร์แล้วเพลินจนลืมทุกที เมื่อช่วงปีใหม่นี้เจอพี่โยๆบอกว่าปวดบริเวณเดียวกัน แต่มีวิธีแก้ด้วยการบริหารร่างกายโดยให้เอาฝ่ามือผลักไปที่หัวด้านข้างด้านเดียวกับที่ปวด แต่จริงๆแล้วทำทั้งสองด้านแหละสลับกันทั้งซ้ายและขวา (เกร็งหัวไว้ด้วยนะ ไม่งั้นผลักไปผลักมาคอหักไม่รู้เน้อ) ลองดูแล้วก็ดีขึ้นนะ อาการปวดลดลง ไม่รู้คิดไปเองป่าว แต่อย่างน้อยๆมีคนทำได้ผลดีขึ้นมา 2 คนแล้ว (ตัวเองกะพี่โย)

นึกถึงบทความที่เคยเขียน ตอนนั้นมีคนขอให้เขียนเรื่องอะไรก็ได้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ช่วงนั้นอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บจากการใช้คอมพิวเตอร์พอดีเลยเอามาเขียนตามนี้


 ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานในสำนักงานกันอย่างแพร่หลาย เรียกได้ว่าคอมพิวเตอร์กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสำนักงานไปแล้ว สังเกตว่าหากวันไหนเกิดไฟฟ้าดับขึ้นมา สำนักงานแต่ละแห่งแทบจะไม่สามารถทำงานกันได้เลย เพราะข้อมูลต่างๆ ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และการทำงานต่าง ๆ ล้วนต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแทบทั้งสิ้น
 คอมพิวเตอร์ช่วยให้เราสามารถทำงานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันการนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์นานๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่อาจยังนึกไม่ออกว่าการใช้คอมพิวเตอร์บ่อยๆ และนานๆ มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร เพราะผลกระทบทางสุขภาพที่ว่าไม่แสดงตัวในทันทีทันใด แต่จะสะสมและรอเวลาแสดงอาการในอนาคต อาการที่ว่านี้เรียกว่า Repetitive Strain Injury หรือ RSI
RSI เป็นอาการบาดเจ็บตึงเครียดจากการทำซ้ำๆ หากพิจารณาถึงสาเหตุจะพบว่าโดยปกติแล้วร่างกายมนุษย์มีความหยืดหยุ่น อ่อนตัว และต้องการการขยับเคลื่อนไหวไปมาอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อมาทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ แทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนอิริยาบถเลย ทำให้เกิดความเค้นและความเครียด (Stress and Strain) ของเนื้อเยื่ออ่อนในร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท เอ็น และข้อต่อ เป็นต้น ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บ ปวด บวม อักเสบ หรือในกรณีที่ร้ายแรงอาจทำลายเนื้อเยื่อส่วนนั้นอย่างถาวร RSI สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ ข้อนิ้ว ข้อมือ แขน หัวไหล่ แผ่นหลัง ต้นคอ และสายตา
แม้ว่าในการทำงานจริง ๆ เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ได้ แต่เรายังสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบาดเจ็บตึงเครียดจากการทำซ้ำๆ หรือ RSI ได้ โดยทำตามข้อแนะนำต่อไปนี้
 
1. ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง หลังไม่คดหรืองอ ควรใช้เก้าอี้นั่งที่มีพนักพิงรองรับเข้ากับรูปทรงของแผ่นหลัง ความสูงของเก้าอี้อยู่ในระดับพอดี ขาควรห้อยลงมาตั้งฉากกับพื้น จะสามารถลดการปวดหลัง และเอวได้
2. วางจอภาพ(ระดับของกึ่งกลางจอภาพ)ให้ต่ำกว่าระดับสายตา จะได้ไม่ต้องเงยหน้า เพราะถ้าเงยหน้านานๆ นอกจากจะเมื่อยคอแล้ว กระดูกต้นคอคุณจะเสียรูปด้วย
3. การวางมือบนคีย์บอร์ดที่ถูกต้อง นิ้วควรวางตัวอยู่ในแนวเดียวกับท่อนแขน สามารถวาดเส้นตรงจากข้อศอกไปยังปลายนิ้วได้ ไม่มีการงอข้อมือ ท่อนแขนขนานไปกับพื้น และควรวางคีย์บอร์ดส่วนที่พิมพ์ควรตรงกับกึ่งกลางจอภาพจะได้ไม่ต้องเอียงข้อมือมาก ลดความเสี่ยงที่จะปาดเจ็บบริเวณข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อศอกและไหล่
4. มีการหยุดพักช่วงสั้น ๆ ระหว่างทำงานทุก 20 – 30 นาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนี้มีข้อมูลว่าการบิดขี้เกียจบ่อย ๆ ก็สามารถลดอัตราการเกิด RSI ได้
5. ไม่ควรมองหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ควรพักหลับตา กระพริบตา และมองไปไกล ๆ คือระยะมากกว่า 6 ฟุต อาจมองไปนอกหน้าต่าง มองวิว มองต้นไม้ ซึ่งจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
6. ไม่แนะนำให้ใช้แผ่นกรองแสงเนื่องจากเมื่อมีแผ่นกรองแสงแล้ว คุณจำเป็นต้องเร่งแสงที่จอภาพทำให้จอภาพทำงานหนักกว่าปกติ สีที่ได้ออกมาก็ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้นแผ่นกรองแสงไม่ได้ช่วยอะไร แต่การปรับแสงให้พอดีต่างหากที่ช่วยคุณได้

ตามสถิติในอเมริกา อาการของโรค RSI พบมากเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาโรคที่เกิดจากการทำงาน มีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ประมาณ 300,000 คน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2546) สำหรับประเทศไทยอาจยังไม่พบอาการป่วยจาก RSI มากนัก แต่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน จากปัจจัยที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ หากรู้สึกว่าเหนื่อยล้าจากการทำงานมาก ๆ ก็ควรหยุดพักผ่อนบ้าง การฝืนทำงานต่อนอกจากจะทำให้งานที่ออกมาไม่มีคุณภาพแล้ว ยังทำให้เสียสุขภาพอีกด้วย

อ้างอิง
http://www.ergosci.com/faq.html
http://www.cybered.co.th/library/30.htm
http://www.rtafa.ac.th/article/Ergonomic.htm
http://www.thaicyberpoint.com/


วันนี้พึ่งอ่านเจอว่าอาการป่วยแบบนี้แผงตัวสะสมอยู่ถึง 10 - 15 ปี จึงแสดงอาการ และระหว่างปี 1990 - 2000 มักพบผู้ป่วยที่มีอายุระหว่าง 30 ปลายๆถึง 40 ต้นๆ แต่ปีที่ผ่านมาอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยจะอยู่ในช่วง 20 กลางๆ นั่นคือมีบางรายอายุต่ำกว่านั้น (ข้อมูลที่อเมริกานะ แต่คิดว่าประเทศไทยคงต่างกันไม่เยอะ)

เท่าที่อ่านๆดู บริเวณที่พบว่าพูดถึงการบาดเจ็บจาก RSI บ่อยๆ คือ หลัง ไหล่ ข้อมือ และสายตา ดังนั้นใครเริ่มมีอาการก็เริ่มๆ ดูแลตัวเองกันได้แล้วนะครับ ปรับนิสัยการใช้งาน รวมถึงออกกำลังกายบ้าง จะช่วยลดความตึงเครียดของกลามเนื้อและจิตใจได้ดีทีเดียว

Sections: Miscellaneous
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 07 January 2008 09:46 Modified: 21 June 2009 14:39 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

วิธีของผมก้คือ เวลาใช้นานๆ ก็มักจะเดินออกไปข้างนอกบ้างไปดูต้นไม้สีเขียวๆ ถึงแม้ในห้องจะมีต้นก็ตามที ^0^

แวะมายกมือสนับสนุนให้ดูแลตัวเองค่ะ ^-^ คนไอทีและใช้ไอทีทั้งหลายด้วยนะคะ

เจอประสบการณ์กับตัวเองจนขนาดต้องเอาผ้าพันกล้ามเนื้อมาใช้ค่ะ (ทรมานมากขอบอก)

สืบเนื่องมาจากการใช้งานข้อมมือมากเกินไปค่ะ เพราะว่าต้องทำงานตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเกือบทุ่ม (ดีหน่อยที่เป็นเครื่อง pc ธรรมดาค่ะ)

ส่วนกลับมาที่บ้านก็ใช้ Notebook ในการทำงานจนดึกทุกวัน ทำให้มีอาการเกร็งกล้ามเนื้อแขนและมือมากเกินไป (เภสัชฯ เค้าว่างั้นค่ะ) เลยงดใช้มือขวาไปอาทิตย์กว่าๆ (แทบแย่ นึกสภาพต้องทำงานโดยใช้ืมือซ้ายคลิกmouse สำหรับคนที่ไม่ถนัดซ้ายนะคะ)

จนโดนแซวว่าระวังข้างซ้ายจะใช้ไม่ได้ด้วยเด้อ อิอิ .. 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.229.118.253
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ