นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ป้าปุ๊ย
Ico64
พรพิศ เรืองขจร
นักวิชาการโภชนาการชำนาญการพิเศษ
คณะแพทยศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1771
ความเห็น: 1

ลูกค้าวัยเยาว์

นานๆป้าปุ๊ยจะมีลูกค้าเด็กๆซะทีเพราะเป็นคนที่เด็กกลัวเพียงแค่เห็นเฮ่อ!

เมื่อคืนป้าปุ๊ยอยู่บ้านคนเดียว(ไม่ได้มีความหมายแอบแฝงนะจ้ะ) เพียงแต่จะบอกว่าอยู่คนเดียวเพราะพ่อกะแม่เค้าทิ้งไปเที่ยวกันสองคนตายาย 

 

ป้าปุ๊ยเลยขี้เกียจทำกับข้าวกินเอง เพราะในตู้เย็นที่บ้านว่างเปล่าจริงๆ  ก็เลยต้มบะหมี่(ม่าม้า)กิน 1 ถ้วยตอนเย็น (เป็นตัวอย่างที่แย่ แต่ง่ายดี) เลยทำให้ป้าปุ๊ยนึกถึง ลูกค้าอีกคนหนึ่งของป้าปุ๊ย

 

                แฮ่ม! เข้าเรื่องกันเลย ลูกค้าของป้าปุ๊ย รายนี้เป็นหนุ่มน้อยที่ตัวใหญ่มั้กๆๆ อายุสัก 13-14 ขวบเอง  ให้นามสมมุติว่า น้องอ้วน (เหมือนหนังสือพิมพ์เลย) น้องอ้วนมาเข้ารพ. ด้วยสาเหตุหลักๆคือ  อาการหายใจไม่ออกและผิวหนังแตกลายไปทั้งตัว แล้วก็เกาจนเป็นแผล ติดเชื้อ ค่อนข้างหน้ากลัวตอนเห็นแผลที่ติดเชื้อ  แต่ก่อนจะเห็นแผล ต้องตกตะลึงกับความใหญ่โตของตัวน้อง เพราะคุณน้อง หนักประมาณ 128 กก. (ท่าจำไม่ผิดนะ) นอนล้นเตียงเลยทีเดียว  ความเป็นมาของแผลก็เนื่องมาจากอ้วนนั้นล่ะค่ะ

 

                เนื่องจากน้องเค้าอ้วนมากจนทำให้ผิวหนัง ขยายตัวแต่ขยายมากไป พื้นที่ไม่พอเก๊าะเลยปริออกมากแทน  ตอนที่อยู่ รพ.อาทิตย์แรกๆ คุณหมอ กำหนดให้น้องกินแค่ 800 แคลอรี่ และให้ได้ปริมาณโปรตีนเพียงพอ ต่อการสร้างเนื้อเยื่อ  ป้าปุ๊ยก็จัดตามคำสั่งของคุณหมอ  แล้วก็ตามไปดูว่าน้องเค้ากินได้ไหม 

 

                แหม! น่าสงสารมั้กๆ ค่ะก็ยังงั้ยล่ะ จากที่เคยกินข้าวเป็นหม้อๆ  เหลือให้กินซักสามสี่คำได้ พอป้าปุ๊ย ไปแนะนำตัวกับน้อง และคุณแม่ ประโยคแรกที่เค้าบอกป้าปุ๊ย คือ พี่ครับผมกินไม่อิ่มเลย โถ โถน่าสงสารจัง ป้าปุ๊ยบอกว่าคุณหมออยากให้น้องลดน้ำหนัก เพราะเมื่อน้ำหนักลดแล้วเนี้ย อาการป่วยและ อาการอื่นๆก็จะดี  ป้าปุ๊ยก็เลยชวนคุยไปเรื่อยๆ  สักพักก็เริ่มรู้สึกว่าน้องสมาธิหลุดๆ กระสับกระสาย (เวลาขณะนั้น 11.00 น.) เพราะน้องเริ่มหิว เลยไม่อยากคุยกับป้าปุ๊ย ก็เลยต้องหยุดคุย

 

                หลังจากวันนั้น ป้าปุ๊ยขอพบคุณหมอ ว่าน้องเค้าไม่ไหวกับอาหารขนาดนี้ ป้าปุ๊ยคิดว่าการที่จะจำกัดอาหารแบบเข้มงวดเลยทีเดียวแล้วก็ไม่เคยทำมาก่อน น่าจะไม่ไหว ไอ้การที่จะต้องไปออกกำลังกายหรือทำกายภาพ คงไม่ไหวและใจไม่สู้ด้วย ก็เลยขอต่อรองคุณหมอว่าขอเพิ่มอีกสัก 200 แคลอรี่จะได้ไหม คุณหมอก็แสนดีค่ะ เข้าใจยอมปรับให้ ป้าปุ้ยก็เลยจัดอาหารเพิ่มให้    เพิ่มผักให้กินมากๆ  กินนมพร่องมันเนยวัลละ 2 กล่อง แถมแอปเปิ้ลไว้แทะเล่น ตอนหิววันละ 3-4  ผล บางวันก็เป็นฝรั่ง บางวันก็เป็นแตงกวา (พวกนี้เป็นกลุ่มอาหารว่าง )

 

                สัปดาห์ที่ 3กว่าๆ  ของการอยู่ รพ.ความที่อยู่นาน   น้องเริ่มสนิทกับพี่พยาบาล รวมทั้งทีทำงานป้าปุ๊ยด้วยเพราะลงมาหาทุกวัน เนื่องจากวิธีการออกกำลังกายนอกจากจะทำกายภาพแล้ว คุณหมอยังสั่งให้เดิน เดิน และเดิน โดยห้ามน้องนอนที่เตียงเด็ดขาด  จนกว่าจะถึงเวลานอนตอนกลางคืน   ต้องให้ช่วยบำเพ็ญประโยชน์กับพี่ๆพยาบาลด้วย(เป็นการออกกำลังกายอีกทางหนึ่ง)

 

                น้องอ้วน จะติดป้าปุ๊ย( ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกค่ะ เพราะป้าปุ๊ยจะเป็นนางมารมากสำหรับเด็ก ทุกคนในทีทำงานจะรู้ว่าถ้าเด็กเล็กๆเห็นป้าปุ๊ยจะร้องเกือบทุกคน ) มากเพราะมาหาทุกวัน พอมาถึงก็มาถามหาถ้าไม่เจอ ก็จะนั่งรอ หรือบางวันป้าปุ๊ยทำงานเลิกค่ำก็จะมานั่งคุยด้วย

 

                น้องอ้วนอยู่รพ. นานค่ะเพราะคุณหมอ บอกว่าถ้าลดน้ำหนักลงถึง 90 กก.เมื่อไรก็จะให้ออกได้   น้องอ้วนต้องอยู่คนเดียว เพราะคุณแม่ต้องกลับไปทำงานและจะมาทุกวันเสาร์ (น้องเป็นคนภูเก็ตค่ะ) หลังจากนั้นคุณแม่ก็ทิ้งช่วงไปเป็น สองอาทิตย์มาที แน่นอนค่ะน้องจะเหงามากก็เลยต้องหาเพื่อนทีนี้ไม่รู้จะไปทางไหน รู้จักแต่พี่พยาบาลซึ่งก็งานล้นมือ แล้วป้าปุ๊ย จะพ้นเหรอค่ะ 

 

                ที่นี้มันเกี่ยวอะไรกับ ม่าม้า ที่ป้าปุ๊ยเกริ่นไว้ละค่ะ  มีอยู่ช่วงหนึ่งที่น้องอยู่มาได้ซักสองเดือนกว่าแล้วลดมาได้มากเกือบ100 กก. ช่วงนั้นมีฟุตบอลตอนดึก   ก็หิวสิ! ขอคุณพยาบาลกินม่าม้าซักห่อได้ไหม คุณพยาบาลก็บอกว่ากินได้แต่แค่ครั้งเดียวน่ะ เพราะมันดึกแล้ว ถ้าคุณหมอรู้เข้า ต้องถูกดุทั้งคนไข้และพยาบาลแน่นอน น้องก็กินไป  คุณเชื่อหรือไม่ เพียงแค่ม่าม้าหนึ่งห่อตอนห้าทุ่ม ทำให้น้ำหนักน้องเพิ่ง ½ กก.ในตอนเช้า (น้องต้องชั่งน้ำหนักตัววันละ 2 ครั้งเพื่อเก็บผลค่ะ) วิ่งโรมาบอกเจ้ปุ๊ย น้ำหนักผมขึ้นมาอีกแล้ว  ป้าปุ๊ยร้องดังห๊า  กินม่าม้าห่อเดียวเนี้ยน่ะ!

 

                เมื่อคืนป้าปุ๊ยกินแล้วก็นอนเลย ตอนนี้ยังไม่กล้าชั่งน้ำหนักว่ามันจะขึ้นไหมน่า!

 

สรุปตอนนี้น้องเค้าออกจากรพ. ไปเรียนหนังสือแล้วด้วยน้ำหนักตัว 90.2 กก. ใช้เวลาอยู่ในรพ. ร่วม สามเดือน เป็นอีกหนึ่งคนไข้ ที่อยู่นานเลยทีเดียวเฮ่อ!

จริงป้าปุ๊ยถ่ายรูปน้องเค้าไว้ด้วยค่ะแต่ไม่สามารถเอามาลงได้ ถ้าใครอยากเห็นมาขอดูไปที่ป้าปุ๊ยค่ะ เพราะถ่ายรูปคู่กันภูมิใจมั้กๆ เพราะป้าปุ๊ยดูตัวเล็กไปเล้ย อิอิ ...
หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 23 ตุลาคม 2551 10:12 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2551 10:12 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

(55555) ป้าปุ๊ยนี่แควนเยอะนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.236.62.49
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ