นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 253
ความเห็น: 0

การเรียนรู้เชิงรุก

การเรียนรู้เชิงรุกคือการที่นักศึกษารุกเข้าไปดูใจตนเอง มองตน เห็นเป้าหมาย ความต้องการ สิ่งที่ต้องการพัฒนาตนเองในบทบาทหน้าที่แห่งตนร่วมกันกับผู้สอน

สรุปประสบการณ์   “การเรียนรู้เชิงรุก” 

         การรับรู้ประสบการณ์การเรียนการสอนด้วย “การเรียนรู้เชิงรุก” ตามมุมมองของอาจารย์ผู้สอน

ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลอนามัยชุมชน  ที่ได้สรุปตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์สู่การเรียนรู้ร่วมกันในเวทีวิจัยการพัฒนาคุณภาพการศึกษา   ในศตวรรษที่  21 

      1.   ความหมายของการเรียนรู้เชิงรุกทางการพยาบาล  (Active  Learning in  nursing)   

        เป็นการให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนานักศึกษาพยาบาล  ที่ต้องการเป็นผู้มีความรู้   มีเจตคติที่ดีต่อการพยาบาลแบบองค์รวมที่ผสมผสานภูมิปัญญา    มีความสามารถ   ทักษะความชำนาญ   ในการปฏิบัติพยาบาลสำหรับเป็นพยาบาลวิชาชีพได้อย่างเข้าใจ    มั่นใจ  ภูมิใจ     ไปพร้อมกับการพัฒนาความสามารถของตนเอง   ให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีประโยชน์และมีความสุข

      ด้วยมีความเชื่อว่าผู้ที่สมัครใจเข้ามาศึกษาวิชาชีพในระดับอุดมศึกษา  เป็นผู้ที่มีความพร้อม    มีความต้องการพัฒนาตนเองไปสู่อาชีพนั้นๆ    จากประสบการณ์ของการร่วมเป็นคณะกรรมการสัมภาษณ์นักเรียนเข้าศึกษาในสาขาการพยาบาลของคณะฯ  จะผ่านการเตรียมตนเองโดยการไปศึกษาดูงานหรือลองเข้าไปฝึกปฏิบัติงานในสถานบริการพยาบาลก่อนตัดสินใจเลือก    หรืออาจจะมีบางส่วนที่เลือกเพราะพ่อแม่  ผู้ปกครอง  ต้องการให้เรียนพยาบาล  ส่วนน้อยที่เลือกเพราะไม่ทราบจะเรียนอะไรลองเรียนไปก่อนแล้วค่อยเลือกใหม่หากเรียนไม่ได้หรือไม่ชอบ

      กระบวนจัดการเรียนการสอนตลอดหลักสูตร    นักศึกษาจะต้องเข้าใจเป้าหมายของการเข้ามาศึกษาของตนเองโดยผู้สอนช่วยให้นักศึกษาได้ทบทวนเป้าหมายของตนเอง        เพื่อผู้สอนจะได้จำแนก  ช่วยหนุนเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนภายใต้การทำงานเป็นทีม    การจัดการเรียนการสอนในรายวิชานี้เป็นปีสุดท้าย    เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการทำงานในวิชาชีพที่แตกต่างจากการพยาบาลในสถานบริการหรือโรงพยาบาล 

       ดังนั้นการเรียนรู้เชิงรุกคือการที่นักศึกษารุกเข้าไปดูใจตนเอง มองตน  เห็นเป้าหมาย  ความต้องการ  สิ่งที่ต้องการพัฒนาตนเองสำหรับการทำหน้าที่ระหว่างการจัดการเรียนการสอนรายวิชานี้และเมื่อสำเร็จการศึกษา  อันเป็นผลนำไปสู่การค้นคว้าข้อมูลหาความรู้  จนเป็นผู้รู้  ได้ลงมือทำ  ทำเป็น  พัฒนาเป็นความชำนาญ  ในขณะที่นักศึกษาก็รุกเข้าไปอยู่ในใจผู้สอนเพื่อจะได้มีความพร้อมสำหรับกระตุ้น  หนุนเสริม  อำนวยความสะดวก    ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน  ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นมิตร  เคารพกันและกัน  ผู้สอนจะอยู่ในใจของนักศึกษาหรือไม่นั้นไม่สามารถบังคับกันได้    ในขณะเดียวกันทั้งผู้เรียนและผู้สอนจะต้องเปิดใจให้ผู้รับบริการ /ประชาชน  ได้เข้ามาอยู่ในใจเรา  เปิดใจที่จะรับเราเข้าไปอยู่ในใจเขาด้วย    การเรียนการสอนในลักษณะเช่นนี้ก็สะท้อนการเรียนรู้สำหรับผู้สอนไปพร้อมกัน   ที่จะต้องเป็นผู้ใฝ่รู้   ชี้แนะแหล่งความรู้  รวมทั้งเป็นแหล่งความรู้และประสานแหล่งความรู้ให้กับนักศึกษาในบริบทแหล่งฝึกพื้นที่นั้นๆเพื่อรุกเข้าไปหาความรู้ในตัวคน  เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนเกิดความรู้สึกมีศักดิ์ศรี    ใช้ความรู้จากตำราเป็นตัวนำทางหาความรู้ในตัวคนจนเกิดเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกัน

 2.   ความคิดเห็นหรือความรู้สึกต่อ  “การเรียนรู้เชิงรุก

                   การจัดการเรียนการสอนปฏิบัติการรายวิชาการพยาบาลอนามัยชุมชนฯเป็นการจัดการเรียนรู้ในระดับที่   4  ของหลักสูตร   นั้นคือเป็นการพยาบาลระดับสมบูรณ์  ที่ผสมผสานความรู้ทักษะทุกระดับในการให้การพยาบาลทุกภาวะสุขภาพ  ทุกกลุ่ม  แก่ผู้รับบริการในชุมชน   ที่บ้าน   ในโรงเรียน   รวมทั้งในสถานบริการปฐมภูมิ   เพื่อให้บริการที่เหมาะสมกับสถานการณ์   นักศึกษาต้องใช้ความรู้เดิมเป็นแนวทางสำหรับการปฏิบัติ   จะต้องเชื่อมโยงความรู้  และประยุกต์ใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมแต่ละบริบทของความจริงที่ต้องเผชิญ     ดังนั้นนักศึกษาจะรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับการปรับตัว   เนื่องจากไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร    จะไปพบเจออะไรบ้าง  เพราะเป็นสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย   

              เมื่อใช้คำว่าการจัดการเรียนการสอนเชิงรุก   จะสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูประบบสุขภาพคือการดูแลที่เป็นการตั้งรับอยู่ในสถานบริการเป็นการรุกเข้าไปในครอบครัวชุมชน  สถานประกอบการ  เพื่อเป็นการสร้างสุขภาพแทนการซ่อม

            ดังนั้นจึงมองว่าการจัดการเรียนการสอนเชิงรุกจะเน้น  การพึ่งตนเองของผู้เรียนเป็นสำคัญ    เพื่อให้เกิดการพิจารณาด้วยตนเองมากขึ้น  และนำไปสู่การที่จะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผู้รับบริการพึ่งตนเองได้ในที่สุดเช่นกัน     

 

 3.  กระบวนการสอน/เทคนิควิธีการสอน

        เป็นไปตามกระบวนการพยาบาลชุมชน

        1.) การเตรียมพื้นที่แหล่งฝึกสำหรับอำนวยความสะดวกในการที่นักศึกษาจะรุกเข้าไปเรียนรู้

เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์  มิตรไมตรี  การสนับสนุนบรรยากาศ   อำนวยความสะดวกสำหรับการทำงานร่วมกันและเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษารวมทั้งเพื่อความมั่นใจสำหรับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

        2.)การเตรียมนักศึกษา   โดยการปฐมนิเทศจากบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถาบันการศึกษา  เป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษาเกิดความคุ้นเคย   มั่นใจในการทำงานร่วมกับบุคคลอื่น   กำหนดให้มีการทำงานกลุ่ม   โดยประชุมกลุ่มเตรียมการเพื่อระดมคำถามที่ต้องการเรียนรู้ข้อมูลพื้นที่  รูปแบบการประชุมกลุ่ม   การนำเสนอทบทวนความรู้ที่เรียนมา   โดยจะกระตุ้นให้เกิดการวิเคราะห์งานด้วยตนเองและกลุ่ม   กระตุ้นให้เกิดคำถาม  เพื่อนำไปสู่การหาคำตอบและวิธีการทำงานร่วมกัน  ผู้สอนจะร่วมสะท้อน  การสนับสนุนคู่มือการปฏิบัติงาน    ศึกษาวิดิทัศน์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ   และเห็นการฝึกปฏิบัติทั้งกระบวนการ      

          การเล่นเกมส์เพือให้เกิดความสนุกสนาน     สร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ร่วมกัน     การเขียนสะท้อนคิดและแลกเปลี่ยนกัน   อาจารย์ร่วมสะท้อนคิดผ่านบันทึกของนักศึกษาเป็นรายบุคคล   และร่วมให้ข้อคิดเห็นในกลุ่ม

        3.)ขั้นตอนปฏิบัติการของนักศึกษา    ตามกระบวนการพยาบาลและแผนการปฏิบัติของกลุ่ม  โดยจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการและปฏิทินของชุมชน    ดังนั้นนักศึกษาจะต้องพัฒนาความสามารถในการนำความรู้ทฤษฏี  และความเป็นจริงของพื้นที่   แหล่งฝึกมาใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม    ผู้สอนจะมองความสามารถและศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน  จากงานที่ได้รับมอบหมาย     การสะท้อนคิด  สังเกตุการมีส่วนร่วมและบทบาทที่ได้รับมอบหมายตามแผนปฏิบัติงานประจำวัน

             การกำหนดข้อตกลงร่วมกันสำคัญมาก  เนื่องจากสถานการณ์ของพื้นที่สามารถมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอดังนั้นการยืดหยุ่น      ปรับแผนกิจกรรมจะเป็นเรื่องท้าทายในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของนักศึกษา   สิ่งสำคัญของการทำงานเชิงรุกของนักศึกษานอกจากสอนตนเองแล้วยังต้องสอนคนอื่นคือผู้รับบริการ  ทั้งรายบุคคล  รายกลุ่ม ทั้งผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและผู้ที่สุขภาพดี   รวมทั้งการผลิตสื่อการสอน   การจัดทำรายงาน   การนำเสนอผลการปฏิบัติงานอันเป็นผลงานที่เกิดจากกลุ่มหรือการทำงานร่วมกับชุมชน

            ทักษะที่สำคัญของผู้สอน  1) คือการฟังอย่างไม่ตีความ   ให้ความสำคัญกับทุกความเห็นของผู้เรียน   แล้วนำมาใคร่ครวญร่วมกัน  และพยายามหนุนเสริมความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเอง   2)  การแสดงท่าที่ของความเข้าใจและเป็นกำลังใจ   3) การส่งเสริมให้มองในมุมบวก   ความดี   ความงาม  ความถูกต้องของผลการทำงานร่วมกัน     ในขณะที่พิจารณาจุดอ่อนข้อบกพร่องสำหรับเป็นบทเรียนและนำมาแก้ไขต่อไป  (เท่าที่สติ  ปัญญาของผู้สอนเองจะเจริญเพียงพอ)

       4)   การประเมินผลและสรุปบทเรียนร่วมกันกับแหล่งฝึก  เป็นการรายงานผลการปฎิบัติงานซึ่งช่วงนี้นักศึกษาจะเข้าใจกระบวนการทำงานร่วมกันมากขึ้น   จะต้องสนับสนุนให้ทุกคนได้มีโอกาสเป็นผู้นำเสนอผลงาน  หรือจัดการประชุม   ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักศึกษา   สิ่งนี้จะเป็นการถ่ายทอดไปสู่ชุมชน   หรือกลุ่มเป้าหมายได้อีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดการดำเนินการต่อ    ตามความเหมาะสมของแต่ละที่   การให้นักศึกษาตรวจสอบผลงานตนเอง   ตรวจสอบกันเองก่อนนำเสนอ   ผู้สอนก็ช่วยพัฒนาความรอบคอบ    ช่างสังเกต   และนำความรู้ที่เรียนมาเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความถูกต้อง    เป็นการเพิ่มความมั่นใจ   และมีส่วนร่วมในผลงานของกลุ่มอันแสดงถึงความรับผิดชอบร่วมกันอยู่บนหลักการของการใช้ความรู้และเหตุผลในการทำงาน       หากโอกาส  เหตุปัจจัยเหมาะสมก็จะเป็นการเรียนรู้ที่ร่วมเสริมการขับเคลื่อนในการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนได้บ้างก็จะส่งเสริมให้เกิดความภูมิใจ   มั่นใจ  ในขณะเดียวก็ต้องเฝ้าระวังที่จะส่งเสริมให้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้รับการพัฒนาเป็นความอ่อนน้อม   ถ่อมตน  และพร้อมสำหรับการเรียนรู้ร่วมกับคนอื่นๆในชุมชน  ทั้งประชาชน  บุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   และผู้นำชุมชน ต่อไป

           บางครั้งความมุ่งมั่นของผู้สอนที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาสุขภาวะชุมชนไปร่วมกับการจัดการเรียนการสอนอาจเกิดเป็นความคาดหวัง    จากงานของผู้เรียน  ทำให้เกิดความกดดันกลุ่ม    การสะท้อนและรับฟังความคิดเห็นอย่างเปิดใจทุกฝ่าย  ช่วยให้เกิดความเข้าใจร่วมกันสำหรับการหาความพอดี   สร้างบรรยากาศของการเรียนรู้อย่างมีความสุข ถูกต้อง เหมาะสมร่วมกัน      จะช่วยให้เติบโตด้านจิตวิญญาณไปพร้อมกัน   คือเรียนรู้สุขทุกข์ของกันและกัน   นำไปสู่ความเข้าใจ ยอมรับ ร่วมมือร่วมใจ และพัฒนาไปพร้อมกัน  “รุกถึงใจของกันและกัน”  ซึ่งสิ่งนี้จะขัดแย้งกับแนวคิดความเป็นมืออาชีพ  และสัมพันธภาพในเชิงวิชาชีพหรือไม่   ?

          4. ปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆที่ขัดขวางความสำเร็จ 

                 ความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนวัดจากพัฒนาการของนักศึกษา   จากผู้ไม่รู้เป็นผู้รู้    เลือกสรรค์ความรู้ที่มีมาใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับความจริง  ทั้งเป็นความรู้ที่เคยเรียนมา     ความรู้ที่ได้จากการค้นคว้า  ทั้งจากตำรา  แหล่งความรู้หลากหลาย    รวมทั้งความรู้ในตัวบุคคล      สิ่งที่เรียกว่าความกลัวกังวล   ได้รับการพัฒนาเป็นความกล้าแสดงออก   กล้าทำ  กล้าถาม  อย่างรู้จักกาละ   เทศะ  บุคคล  เกิดความอ่อนน้อม   รอบคอบ   พร้อมสำหรับการเรียนรู้  และมีปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสม   การเข้าใจตนเองและผู้อื่น   เห็นศักยภาพตนเองและผู้อื่น    ร่วมกันสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข   ทำอย่างไรให้ทุกคนเปิดใจพร้อมเรียนรู้  ที่สำคัญคือการรู้จักให้อภัย    ขอบคุณ  ขอโทษ  ให้โอกาสตนเองและผู้อื่น   ผู้เรียนและผู้สอนคงต้องกำหนดร่วมกัน   มีการปาวารณาว่าหากมีอะไรบกพร่อง   ไม่พอใจกัน  หรือทำให้เกิดความทุกข์  พร้อมที่จะบอกกล่าวและร่วมปรับเปลี่ยนเพื่อเสริมให้เกิดบรรยากาศที่ดีของการเรียนรู้ไปด้วยกัน

                ฝึกไปด้วยกัน   สติ  การรู้ตัว   การเลือกสิ่งที่เหมาะที่ควร   ลงมือทำและสรุปบทเรียนร่วมกัน  ละ  ลด  เลิก  ความโกรธ   โมโห   เห็นใจกันให้มากขึ้น  โดยเข้าใจความเป็นเพื่อร่วมทุกข์  ร่วมสุข  และพัฒนาไปสุ่  ความเป็นกัลยาณมิตรคือเพื่อนแท้ให้กันและกัน   แม้เป็นเป้าหมายที่ถึงไม่ง่ายนักเราเองก็ต้องฝึกฝน  ขัดเกลาตนเองไปตลอดชีวิต  ดังเช่นคำกรวดน้ำในพื้นที่แหล่งฝึกของ  ต.ทุ่งลาน  อ.คลองหอยโข่ง  มีตอนหนึ่งที่ว่า “ฝากศีล  ฝากทาน  ฝากพระนิพพานไว้กับแม่ธรณี”  สิ่งเหล่านี้คือความตั้งใจของบรรพชนที่บำเพ็ญไว้ให้เราได้รู้จัก  เพื่อเข้าถึง  ความสุข  สงบ เย็น   ร่วมกัน  และดำรง  สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น  ขึ้นอยู่กับใครจะเข้าถึงสิ่งที่ท่านฝากไว้  ก่อนหลัง  ที่เรียกว่า   “ความเจริญในธรรม”

          ดังนั้นการเรียนรู้เชิงรุก จึงเป็นการรุกเข้าไปทำความเข้าใจ เรียนรู้ตนเอง   พัฒนาตนเอง  โดยการทำงานร่วมกับคนอื่น ที่มีภาระกิจคือเป้าหมายสุขภาวะแบบองค์รวมของทุกคน  ทุกระดับที่จะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ร่วมกันทั้งนักศึกษาและผู้สอนเอง    โดยมีเป้าหมายคือประโยชน์ของผู้รับบริการเป็นสำคัญที่จะหนุนเสริมให้เกิดการพึ่งตนเองให้พ้นจากความทุกข์ในทุกสถานการณ์  รวมทั้งความทุกข์จากการเรียนการสอน    ข้อตกลงร่วมกันคือเมื่อทุกข์เราจะร่วมกันฟันฝ่าให้หมดทุกข์และใช้ความสุขที่ได้รับจากการทำงานเป็นปิติ  หล่อเลี้ยงกายใจ   พัฒนาจิตวิญญาณของความเกื่อกูล  เอื้ออาทร   จากสิ่งที่เรามีและพัฒนาไปด้วยกัน  ทำเต็มที่ได้แค่ไหนแค่นั้น  ปล่อยวาง  ให้อภัย  เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน

           “ร่วมเรียนรู้เกื่อกูลและแบ่งปัน    สานสัมพันธ์สรรค์สร้างทางสุขเย็น”    เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียม  ทุกคนมีความรู้  ความสามารถ   ความชำนาญ ในแบบฉบับของตนเอง  การเรียนรู้เชิงรุก จึง เป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ทุกคน  รวมทั้งตัวเราเอง  แล้วจะช่วยให้ได้เห็นสังคมของผู้รู้เต็มแผ่นดิน  ด้วยกระบวนการพยาบาลเชิงรุก  สู่ระบบสุขภาพพอเพียง   ร่วมจัดการความรู้เชิงรุก    เรียนรู้และแบ่งปันกันต่อไป  

          CARE@SHARE   นำความรู้  มาร่วมสร้างความรัก  ความเมตตา โดยการเรียนความกรุณา     ถึงเวลาก็  ผ่อน  ปล่อย   วาง     บุญกุศล  คุณ ความดีขอให้เป็นประโยชน์สุขร่วมกัน  พยายามต่อไปจนกว่าจะถึงฝั่ง  สำเร็จทุกครั้งที่พยายาม

         ทบทวนบันทึกหลังวันครบรอบ  50  ปี  ต้นไม้ของพ่อ

                                              เจริญธรรม   สำนึกดี

                                                               ยาดมเอง      

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 มีนาคม 2560 17:28 แก้ไข: 20 มีนาคม 2560 12:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 มิกกี้, และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.196.74.153
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ