นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ป้าปุ๊ย
Ico64
พรพิศ เรืองขจร
นักวิชาการโภชนาการชำนาญการพิเศษ
คณะแพทยศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1569
ความเห็น: 0

แหม!...เมื่อไรจะท่วม ภาค 4

มาต่อกันค่ะ....กับบันทึกน่ารักน่าหยิก

 

คำบันทึกของกะเทยกลัวน้ำ ภาคที่ 4

28/10/2554 ไดอารี่ที่รัก 

          ขอบคุณเขื่อนทวีวัฒนาและเหล่าผู้กอบกู้สถานการณ์ที่ตอนนี้เขื่อนยังแข็งแรงดี ถึงแม้เมื่อคืนฝนจะตกโปรยปราย แต่ตื่นขึ้นมาถนนก็ยังคงแห้งสนิท ชั้นแทบจะตัดสินใจเอามีดไปกรีดกระสอบทราย และขอแบ่งทรายมาซักนิดเพื่อนำไปสาดหน้าอีป้าปู พร้อมแถมมะเขือเทศลูกละ 1.67 บาทอีก 3 ลูกที่เหลือจากเมื่อวานเพื่อยัดปากนาง 

         หลังจากมี ข่าวสารมหาศาลที่รวมตัวกันอยู่รอบตัวชั้น ทุกวันนี้สมองของชั้นเปรียบเสมือนโอ่งมังกรราชบุรีขนาดใหญ่ภายในบรรจุไปด้วย ข่าวสถานการณ์น้ำท่วม ชั้นคิดว่าถ้าชั้นออกวิ่งตอนนี้ ข่าวน้ำท่วมที่ดอนเมืองคงจะกระฉอกออกมา จุดนี้ชั้นอยากยืมอ่างเพนชีพของดัมเบอร์ดอร์ เพื่อจะเอาอะไรออกไปลอยในอ่างเหมือนในหนังเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์บ้าง 

          ถึง ถนนยังคงแห้ง แต่หัวใจชั้นหาได้แห้งเหมือนซีเมนต์ไม่ วันนี้ชั้นตัดสินใจยกเลิกนัดกับก่อนบ่ายคลายเครียด แล้วออกไปเป็นกะเทยผู้ที่จะทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง

             การอยากออก ไปกรอกกระสอบทรายนับเป็นเรื่องดี แต่ในเวลาที่คนไทยส่วนใหญ่ใจบุญเทียบเท่ากับชั้น การหาที่ไปทำประโยชน์เพื่อสังคมนั้นยากเสมือนหาผู้ชายหน้าตาดีที่ไม่เป็น เกย์....หรือเป็นเกย์แต่ไม่สาวแตก 

                หลังจากโทรไปสอบถามตาม รพ. มหาลัยต่างๆ หรือศุนย์ผู้อพยพที่ไกลโพ้น ทุกที่ต่างปฎิเสธการช่วยเหลือของชั้น ไม่ใช่ว่าผู้คนเหล่านั้นกลัวกะเทย แต่ว่าที่นั่นมีคนมากพออยู่แล้ว ซึ่งนั่นเป็นอีกข้อดีของน้ำท่วม เพราะคนไทยหันกลับมาช่วยกันเอง ชั้นตัดสินใจไปยังธนาคารกรุงไทยใกล้บ้าน ที่นั่นกำลังจะกรอกกระสอบทราย และแพ้กของบริจาค ชั้นอาบน้ำทาครีมกันแดดและตัดสินใจไปในทันทีโดยไม่โทรบอกใครทั้งสิ้น

ไดอารี่ที่รัก

             ชั้น งง.....วินาทีแรกที่ชั้นไปถึงธนาคาร คนหลักพันยืนกันวกวนวุ่นวาย ทุกคนต่างหาอะไรทำเท่าที่ตัวเองทำได้ ชั้นซึ้งใจมากเมื่อทุกคนอยากมีส่วนร่วมกับการทำความดี แต่น้ำตาก็คลอเบ้าไปด้วยเพราะชั้นไม่รู้จะเดินไปทางไหนก่อนถึงจะไม่ถูกตรา หน้าว่าเกะกะ 

            สวรรค์โปรด... มีสุภาพสตรีรูปร่างท้วมเดินมาหาชั้น และแนะนำให้ชั้นไปช่วยลำเลียงของตรงจุดหนึ่งริมห้อง ชั้นขอบคุณและเดินตามไปอย่างว่าง่าย 

          ใครว่าการลำเลียงของไม่เหนื่อย......ชั้นจะจับมาทำปุ๋ยอินทรีย์ให้หมด 

            การ ส่งของไปมาอาจเป็นงานที่ดูโฟร์-มด เหมาะสมกับเหล่าสาวๆวงกามิกาเซ่จะพึงกระทำ แต่เมื่อชั้นได้ทำงานนั้นด้วยตัวเอง คุณพระ การลำเลียงถุงยังชีพที่มีทั้งน้ำและอาหารกระป๋อง มันทำให้กะเทยแขนล้า ยิ่งบางจังหวะที่ถุงมารัวและส่งเร็วยิ่งกว่าเอ็ม16 มันทำให้ชั้นรู้สึกเหมือนแขนกำลังจะหลุด และสิ่งที่ทำให้ชั้นตกตะลึง คือมนุษย์ผู้หญิงแถวนั้น ซึ่งดูตัวเล็กกว่าชั้นมาก แต่พลังของพวกนาง ช่างเหลือเฟือน่ากลัวเหลือเกิน 

             หน้าที่ต่อไปอาจจะดูโหด แต่ชั้นตัดสินใจเดินลงไปทำด้วยตนเอง ......การกรอกกระสอบทรายที่ ว่าอยากลงไปนั้น จริงๆแล้วเพราะชั้นอยากช่วยด้วยใจบริสุทธิ์นั้นเป็นเพียง 70% ที่เหลืออีก 30 เป็นเพราะที่นั่นเต็มไปด้วยสุภาพบุรุษที่มีรูปร่างกำยำ

            มี คำโบราณได้กล่าวเอาไว้ว่า (กรุณาอ่านให้เป็นสัมผัส)"ดูนางให้ดูหน้า ดูผ้าให้ดูเนื้อ แต่เมื่อเธอเจอผู้ชาย ที่กำลังกรอกกระสอบทรายอย่างขมักเขม้น มันทำให้เธอรู้ว่า เหล่าชายหนุ่มเป็นสิบที่อยู่ตรงหน้า มีจิตใจที่สูงหล้าแค่ไหน" ซึ่งสำหรับชั้นซึ่งเป็นสาวโสด โอกาสนั้น ได้มาถึงแล้ว อั้ยยะ!! 

             หลัง จากกรอกกระสอบทรายไปได้ซักพัก มันทำให้ชั้นตระหนักได้ว่า งานลำเลียงถุงยังชีพ กลายเป็นงานที่ดู วอลล์ ดิสนี่ย์ ไปโดยบัดดล งานกรอกกระสอบทรายมีคุณสมบัติทุกอย่างที่ไม่เหมาะกับกะเทย ใช้แรง ใช้ความอดทน และต้องปฎิบัตงานท่ามกลางแสงแดดที่โคตรดุร้าย     

              แต่ไดอารี่จ้ะ ชั้นมีความสุขมากกกกกกกกกกก

             การ ทำงานท่ามกลางมวลผู้ชาย ที่ต่างพูดคุยกับชั้นด้วยความเป็นมิตร ทุกคนต่างให้ความสำคัญกับกะเทยที่ลงมาทำงานเยี่ยงบุรุษ การลงพื้นที่ของชั้น ทำให้ผู้หญิงหลายคนลงมาทำงานนี้ด้วยความสนุกสนาน ซึ่งมันทำให้ชั้นมีแรงที่จะทำงาน และเพียงขยิบตาเดียว กระสอบทรายตรงหน้าก็กองใหญ่เท่าหัวใจของชั้น      อ่าาา ชั้นรักการกรอกกระสอบทราย

ไดอารี่ที่รัก 

           วันนี้ชั้นเหนื่อยมาก ชั้นปวดเมื่อยร่างกายยิ่งกว่าตอนเข้าค่าย ร.ด. 5 วันที่เขาชนไก่ 

             แต่ สิ่งที่ชั้นได้กลับมา มันคุ้มกับความอ่อนล้าของร่างกายยิ่งนัก การได้เห็นคนไทยมากมาย ตั้งแต่วัยนักเรียนจนถึงป้าแก่ๆ พร้อมใจกันช่วยเหลือญาติที่ไม่เคยเห็นหน้าของเรา ซึ่งก็คือพี่น้องประชาชนไทย

          ความประทับใจเหล่านี้เหมือนเพนชีพของดัมเบอร์ดอร์ ที่สามารถเอาความเครียดจากข่าวสารของชั้นออกไป และเติมมันเข้ามาด้วยความอิ่มเอมจากความเป็นมิตรและรักกันของคนไทย สาบานว่าที่พูดไปชั้นไม่ได้ตอแหลเลย...พรุ่งนี้ชั้นจะสู้ต่อไป ถึงชั้นจะกลับมาเครียดบ้าง แต่ชั้นจะคิดถึงวันนี้เอาไว้

 ไดอารี่จ้ะ

 ชั้นรักประเทศไทย


หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
คำสำคัญ (keywords): เล่าผ่านเลนส์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 30 ตุลาคม 2554 11:42 แก้ไข: 30 ตุลาคม 2554 11:42 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.231.230.175
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ