นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 77
ความเห็น: 0

มือเท้าชา อย่านิ่งนอนใจ รักษาอย่างไร

มือเท้าชา อย่านิ่งนอนใจ รักษาอย่างไร

มือเท้าชา อย่านิ่งนอนใจ รักษาอย่างไร

มือเท้าชา อย่านิ่งนอนใจ รักษาอย่างไร

อาการชาของบางคนบ่งบอกได้ถึงความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับ การกดทับของเส้นประสาทบริเวณต่างๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาการหลับลึก เมาสุรา ป่วยหนัก พิการทางสมอง จนเส้นประสาทที่ถูกกดทับช้ำมากจนไม่สามารถฟื้นคืนสภาพปกติภายในเวลาอันสั้น หากเป็นเช่นนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยทันที

1. รู้สึกชาปลายเท้าและปลายมือเข้าหาลำตัว

    สาเหตุของอาการมักเกิดจากปลายประสาทอักเสบหรือปลายประสาทเสื่อม ซึ่งเกิดจากขาดสารอาหารที่สำคัญบางชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 หรือ วิตามินบี 12

    นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดขึ้นเนื่องจากการเป็นโรคบางชนิดได้ด้วย เช่น โรคไต โรคมะเร็ง เป็นต้น

2. รู้สึกชามือ แต่ไม่รู้สึกชาเท้า

    การชาเฉพาะที่มืออย่างเดียวโดยไม่ชาเท้า จะสามารถแบ่งบริเวณของมือที่ชาเป็นส่วนๆได้ดังนี้ ซึ่งอาการชาแต่ละส่วนก็แสดงความผิดปกติที่แตกต่างกันออกไป

2.1 ชาปลายนิ้วมือเกือบทุกนิ้ว แต่นิ้วก้อยไม่ชาหรือชาน้อยที่สุด

    อาการชาประเภทนี้มักเป็นตอนกลางคืนหรือตอนตื่นนอน ส่วนในตอนกลางวันก็สามารถเป็นได้เช่นกัน แต่จะเป็นเฉพาะการทำท่าบางประการที่ไม่เหมาะสมหรือทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ชูมือสูง ขี่มอเตอร์ไซค์ คุยโทรศัพท์ หรือใช้มือทำงานบางอย่างอย่างหนัก 

    สาเหตุของอาการชานี้เกิดขึ้นจากเอ็นกดทับเส้นประสาทตรงข้อมือ ซึ่งนับว่ายังไม่อันตรายมากนัก วิธีแก้ไขยังสามารถทำได้ เพียงแค่ต้องลดงานที่ใช้มือข้างนั้นๆลง เลี่ยงท่าทางที่ทำแล้วทำให้มือชา เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือถ้าเป็นมากอาจจะต้องฉีดยาที่ข้อมือเพื่อบรรเทาอาการ


2.2 ชาที่บริเวณนิ้วก้อย นิ้วนาง และขอบมือด้านเดียวกัน แต่ไม่เลยเกินข้อมือ

    อาการชาประเภทนี้มักเกิดจากการที่เส้นประสาทถูกกดทับตรงข้อศอก วิธีการแก้ไขให้เลี่ยงท่าทางที่ทำให้ชาเช่นเดียวกับข้อข้างต้น

    อย่างไรก็ตาม ถ้ารู้สึกชาเลยข้อมือขึ้นมาจนถึงข้อศอก มักจะมีสาเหตุมาจากเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณกระดูกไหปลาร้า หากเป็นเช่นนี้ควรปรึกษาแพทย์ทันที

2.3 ชาหลังมือไม่เกินข้อมือ โดยเฉพาะบริเวณง่ามระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้

    อาการชาประเภทนี้มักเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับที่ต้นแขน หากคุณรู้สึกเช่นนี้ควรเลี่ยงการนั่งเอาแขนพาดพนักเก้าอี้ 

    ส่วนถ้าใครรู้สึกชาเลยขึ้นมาถึงแขน อาจเป็นเพราะเส้นประสาทบาดเจ็บบริเวณรักแร้


2.4 
ชาเป็นแถบตั้งแต่แขนลงไปถึงนิ้วมือ

หากเป็นอาการชาประเภทนี้ มักเกิดขึ้นจากกระดูกต้นคอเสื่อม และมีผลต่อการกดทับเส้นประสาท หากรู้สึกเช่นนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์จะดีกว่า

     อาการชาตามบริเวณต่างๆของร่างกายไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามกันไปได้ อีกทั้งรูปแบบการชาก็หลากหลาย บางคนอาจจะแยกไม่ออก หรือรักษาผิดวิธี จนทำให้อาการทรุดลงได้

     ดังนั้น หากยังไม่แน่ใจในอาการที่เป็นอยู่ว่าเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ก็อย่าฝืนลองไปปรึกษาคุณหมอ เพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.สุขภาพน่ารู้.com/มือเท้าชา-อย่านิ่งนอนใจ-รักษาอย่างไร/


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 15 สิงหาคม 2560 08:59 แก้ไข: 15 สิงหาคม 2560 08:59 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 มิกกี้ และ Ico24 โดเรม่อน.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.161.91.76
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ