เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

เอสเค
Ico64
สมเกียรติ ทองรักษ์
นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 5

อ่าน: 1106
ความเห็น: 0

การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มปศุสัตว์

การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ G.A.P (Good Agricultural Practice)
          การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ หมายถึง การปฏิบัติที่ถูกต้องตามมาตรฐานรับรองสินค้าเกษตรและอาหารตามขบวนการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีถูกสุขลักษณะและปลอดภัยต่อผู้บริโภค นั่นหมายถึงความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อาหาร (Food chain) โดยเริ่มตั้งแต่ระดับฟาร์มที่เลี้ยง อาหารสัตว์ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ จนถึงสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์ให้กับผู้บริโภค

          การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ของประเทศไทย ประกอบด้วยเกณฑ์ข้อกำหนดเช่นเดียวกับมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โดยมีเนื้อหาหลัก ดังนี้

1. องค์ประกอบของฟาร์ม 

    1.1 ทำเลที่ตั้งของฟาร์มต้องเหมาะสม ต้องอยู่ห่างจากชุมชนเมือง ห่างจากผู้เลี้ยงสัตว์รายอื่น ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะ แหล่งปนเปื้อนสิ่งอันตรายทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ น้ำไม่ท่วมขัง มีการคมนาคมสะดวก และต้องห่างจากโรงฆ่าสัตว์และตลาดค้าเนื้อสัตว์

     1.2 ลักษณะของฟาร์ม มีเนื้อที่เหมาะสมกับของฟาร์ม มีการจัดวางผังฟาร์มที่ดี กล่าวคือ มีพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ มีโรงเก็บอาหาร มีพื้นที่ทำลายซากสัตว์ตาย มีพื้นที่บำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล มีพื้นที่สำหรับอาคารสำนักงานและบ้านพักแยกเป็นสัดส่วน มีรั้วล้อมรอบฟาร์ม มีจำนวนโรงเรือนและขนาดที่พอเพียงกับจำนวนสัตว์ มีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอด้วย

     1.3 ลักษณะของโรงเรือน ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง มีหลังคากันแดด กันฝน กันลมได้ ภายในโรงเรือนมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอ ความเข้มข้นของแก๊สและฝุ่นต้องไม่เกินมาตรฐานกำหนด พื้นที่ของโรงเรือนทำด้วยวัสดุที่เหมาะสม มีความแห้ง สะอาด เพื่อป้องกันการลื่นของสัตว์ มีอ่างจุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้า-ออกโรงเรือน อุปกรณ์ที่ใช้ภายในโรงเรือนต้องปลอดภัยไม่เป็นอันตรายกับตัวสัตว์และผุ้เลี้ยง โรงเรือนต้องมีทางระบายน้ำที่สะดวก

2. การจัดการฟาร์ม 

     2.1 การจัดการโรงเรือนและอุปกรณ์ ต้องมีจำนวนพอเพียงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน สถานที่จัดเก็บอาหารแยกเป็นสัดส่วน และสะดวกในการปฏิบัติงาน อุปกรณืที่ให้น้ำและอาหารมีจำนวนเพียงพอ แห้ง และสะอาด มีการจัดการโรงเรือนและบริเวณโดยรอบให้สะอาด ไม่เป็นแหล่งสะสมหรือเพาะเชื้อโรค แมลงและสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค มีการซ่อมบำรุงโรงเรือนให้ใช้ประโยชน์ได้ดี และปลอดภัยต่อสัตว์และผู้ปฏิบัติงาน

     2.2 การจัดการฝูง ต้องมีคัดเลือกและจัดฝูงสัตว์ตามขนาด อายุและเพศ มีการจัดหาพันธุ์สัตว์เพื่อทดแทน มีการคัดทิ้งสัตว์ที่มีลักษณะไม่ดี พิการ หรีอไม่สมบูรณ์ออกจากฝูง

     2.3 การจัดการอาหารสัตว์ อาหารหยาบและอาหารข้นต้องมีคุณภาพดี มีคุณค่าทางอาหารมีความเพียงพอกับความต้องการ อาหารสำเร็จรูปต้องมาจากแหล่งผลิตที่ได้รับอนุญาตตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ในกรณีการผสมอาหารเอง วัสถุดิบที่ใช้ เช่น รำละเอียด ปลายข้าว กากถั่วเหลือง หรือส่วนที่เติมในอาหารต้องมีคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในกฏหมายที่เกี่ยวข้อง มีการตรวจสอบคุณภาพอาหารที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ ถุง กระสอบ ที่ใช้ใส่อาหารต้องแห้งสะอาด ต้องเก็บอาหารไว้ในโรงเรือนที่สะอาด มีการระบายอากาศดี ปราศจากนก หนู แมลง และสัตว์อื่นที่อาจทำให้อาหารเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพ รถขนส่งอาหารและบริเวณที่ทำการขนส่งต้องและสะอาด

     2.4 การบันทึกข้อมูล ต้องบันทึกข้อมูลประวัติและหมายเลขประจำตัว บันทึกข้อมูลการเจริญเติบโตในกรณีฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ บันทึกการใช้อาหาร บันทึกการรักษาโรคและการดูแลสุขภาพ เช่นการรับจ่ายการใช้เวชภัณฑ์และสารเคมี การใช้วัคซีน การถ่ายพยาธิ นอกจากนั้นยังต้องบันทึกข้อมูลบัญชีฟาร์มรวมถึงการทำบัญชีตัวสัตว์ภายในฟาร์ม

     2.5 คู่มือการจัดการฟาร์ม ต้องมีคู่มือการจัดการฟาร์ม แสดงรายละเอียด การจัดการฟาร์ม แนวทางปฏิบัติ การจัดการอาหาร การดูแลสุขภาพ การป้องกันและรักษาโรค

     2.6 การจัดการบุคลากร บุคลากรในฟาร์มจะต้องมีการจัดฝึกอบรมเรื่องการจัดการฟาร์ม การปฏิบัติการเลี้ยง การจัดการอาหารและการสุขาภิบาลฟาร์ม มีสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม ทำหน้าที่ดูแลด้านป้องกันโรคและการใช้ยา มีแรงงานเพียงพอ บุคลากรในฟาร์มต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น วัณโรค มีการพัฒนาบุคลากรโดยการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ

     2.7 การควบคุมสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค ต้องมีระบบป้องกันแลพกำจัดสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค เช่น สุนัข แมว นก หนู แมลงสาบ แมลงวันอย่างแต่เนื่องและเหมาะสม

3. การจัดการด้านสุขภาพสัตว์ 

     3.1 การป้องกันและการควบคุมโรค มีระบบป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์ม โดยเฉพาะยานพาหนะและบุคคล มีการจัดการด้านสุขภิบาลที่ดีภายในฟาร์ม เพื่อไม่ให้แนแหล่งสะสมเชื้อโรค โดยฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค สารป้องกันกำจัดแมลง ทำความสะอาดโรงเรือน อุปกรณ์และบริเวณโดยรอบตามระยะเวลาที่เหมาะสม สร้างภูมิคุ้มกันโรคตามโปรแกรมที่กำหนด รวมทั้งการถ่ายพยาธิทั้งภายในและภายนอก

     3.2 การจัดการสัตว์ป่วยโดยแยกออกจากสัตว์ปกติ ไม่ใช้สารต้องห้ามหรือสารเร่งการเจริญเติบโต หากเกิดโรคระบาดในฟาร์ม ต้องปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตรวจโรคสัตว์ที่อาจติดต่อจากสัตว์สู่คนเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง การป้องกันโรคและรักษาโรค ให้อยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมาย และการใช้ยาต้องปฏิบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตหกรรม 7001-2540 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

4. การจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์

          จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการคุ้มครองและดูแลสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง ดังนี้ ผู้เลี้ยงต้องตรวจสอบสัตว์อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อมั่นใจว่าสัตว์มีสุขภาพดี ภายในโรงเรือนต้องสะอาดถูกสุขอนามัย มีพื้นที่เหมาะสมกับจำนวนสัตว์ และดูแลสัตว์ให้ได้รับอาหารอย่างทั่วถึง ดูแลสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ ป่วย หรือพิการ หากพิจารณาเห็นว่าไม่ควรรักษา ให้ทำลายทันที เพื่อไม่ให้ทุกข์ทรมาน

5. การจัดการด้านระบบน้ำ มีการจัดการด้านระบบน้ำที่ดี น้ำสะอาด ถูกสุขลักษณะ ตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำใช้ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์

6. การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม มีการจัดการของเสีย สิ่งปฏิกูล มูลสัตว์ น้ำทิ้ง และขยะต่างๆ อย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือก่อความรำคาญต่อผู้อยู่อาศัยข้างเคียง และไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการกำจัดซากสัตว์ ต้องถูกสุขลักษณะและอยู่ในการควบคุมของสัตวแพทย์

 

 

 

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.198.224.121
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ